“ยาสูบ” พืชทำเงิน สร้างอาชีพของเกษตรกรไทย ให้ผลตอบแทนดี

“ยาสูบ” พืชทำเงิน สร้างอาชีพของเกษตรกรไทย ข้อมูลจากกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ระบุว่า ปัจจุบัน มีเกษตรกรไทยยึดอาชีพปลูกยาสูบ จำนวน 34,000 ครอบครัว เนื้อที่ปลูกยาสูบ จำนวน 132,000 ไร่ มีผลผลิต 40,700 ตัน ซึ่งพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง จำนวน 10 จังหวัด ปลูกใบยาสูบพันธุ์เวอร์จิเนีย จำนวนเกษตรกร 5,800 ครอบครัว ผลผลิตรวม 12,000 ตัน ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 14,900 ครอบครัว นิยมปลูกยาสูบพันธุ์โอเรียนทอล หรือเตอร์กิช มีผลผลิต 8,800 ตัน

ทุกวันนี้ ยาสูบพันธุ์เบอร์เรีย มีแหล่งปลูกสำคัญอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ สร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 13,000 ครอบครัว มีผลผลิตปีละ 19,900 ตัน กล่าวได้ว่า “เบอร์เรีย” นับเป็นสายพันธุ์ยาสูบที่เกษตรกรนิยมปลูกมากที่สุด มีผลผลิตมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่การปลูกยาสูบทั้งประเทศ

คุณพงศธร อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์และผู้บริหารฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 25 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ทางบริษัทได้ทำงานใกล้ชิดกับภาคเกษตรยาสูบไทยที่ประกอบด้วยชาวไร่ยาสูบราว 34,000 ครอบครัว ซึ่งบริษัทในเครือของเราเป็นผู้รับซื้อใบยาสูบจากเกษตรกรไทยผ่านบริษัทผู้จัดหาใบยาเพื่อการส่งออกอย่างต่อเนื่องมาเกือบ 3 ทศวรรษ และยังเป็นผู้ซื้อใบยาสูบรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
นอกเหนือจากการรับซื้อใบยาสูบแล้ว ทางบริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรยาสูบไทยโดยเรามีการดำเนินงานในเรื่อง “Sustainable Tobacco Programmes” หรือแผนงานสร้างความยั่งยืนให้กับพืชยาสูบที่ให้ความสำคัญในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับใบยาตั้งแต่ต้นทาง คือ ไร่ยาสูบ ไปจนถึงกระบวนการในโรงงานเพื่อยกระดับคุณภาพใบยาสูบไทยให้ได้ตามมาตรฐานของโลก และมีความสามารถในการแข่งขันได้เมื่อเทียบกับพืชเศรษฐกิจอื่น รวมถึงให้ความสำคัญกับหลักปฏิบัติที่ดีด้านแรงงานในไร่และความปลอดภัยของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญคือการลดผลกระทบที่เกิดกับสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด

“หัวใจสำคัญของเราคือ ความยั่งยืนและการให้ความสำคัญกับชาวไร่ยาสูบ มูลค่าในการรับซื้อใบยาสูบ 6 ปี ย้อนหลังของเราอยู่ที่ 5,200 ล้านบาท และในปี 2559 นี้ มูลค่าในการรับซื้อใบยาสูบไทยของเราอยู่ที่ 717 ล้านบาท นอกจากนี้ ฟิลลิป มอร์ริส ได้ร่วมทำงานใกล้ชิดกับผู้จัดหาใบยาสูบและชาวไร่ยาสูบไทย โดยผลสำเร็จของโครงการที่เป็นไฮไลต์ อาทิ การกำจัดบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตรราว 974,000 ชิ้น จากชาวไร่ยาสูบ แนวคิดแปลงเพาะกล้ากึ่งท่วมน้ำ ที่ช่วยลดเวลาทำงานชาวไร่ยาสูบได้ ร้อยละ 23 และการจัดเตรียมกล้าไม้กว่า 60,000 ต้น ให้กับชาวไร่เพื่อปลูกทดแทนไม้ที่ใช้ในโรงเรือนบ่มใบยาสูบ ฯลฯ” คุณพงศธร กล่าว
ที่มา:http://www.slowlife.company/


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น