แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รายได้เสริม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รายได้เสริม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562

งานฝีมือพับนกกระดาษ รายได้เสริมทำที่บ้าน

งานฝีมือพับนกกระดาษ รายได้เสริมทำที่บ้าน


งานฝีมือพับนกกระดาษ รายได้เสริมทำที่บ้าน

ค่าแรง
• พับนก 250 บาท ต่อ 1,000 ตัว
(ไม่ต้องตัดกระดาษ ไม่ต้องออกค่าส่งไปกลับ )
รายละเอียด
• กำหนดเวลาส่ง 2 อาทิตย์นะคะ นับจากวันได้รับของและส่งของ
• เน้นคนพับอย่างเดียว ได้ค่าแรงเต็มๆ
• ไม่ต้องตัดกระดาษและค่าจัดส่ง
• ขอคนทำจริงจังค่ะ เกิน 3 อาทิตย์ขึ้นไป ขออนุญาติตัดสิทธินะจ้า *
เพิ่มเติม
• สมัครโดย พับนกตามคลิปขนา ขนาด 1.5 , 3 นิ้ว ส่งทาง Line
• อิงวิธีพับมาตราฐานเดียวกันจากคลิปนี้ค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=hTOxLQ_P2ZE
• ค่าแรง พับนก 250 บาท ต่อ 1,000 ตัว
(ไม่ต้องตัดกระดาษ ไม่ต้องออกค่าส่งไปกลับ )
• เมื่อพับเสร็จ ถ่ายบิลส่งกลับ พร้อมเลขพัศดุ เมื่อได้รับของจะโอนเงินค่าพับตามจำนวน + ค่าส่ง โอนให้ทางบัญชี
• ค่าสมัคร เพื่อมัดจำประกันกระดาษ รอบแรก 600 + ค่าส่ง 50 บาท
• ทำครบ 5 ครั้งคืนเงิน ถ้าไม่ทำต่อ ถ้าทำต่อสามารถทำต่อไปได้เรื่อยๆ
• จะเลิกทำได้ ครบ 5 ครั้ง คืนมัดจำ ไม่เซ้าซี้ ค่ะ เพราะเราต้องการคนพับด้วยกันนานๆ
ปล. ที่ต้องมัดจำครั้งแรก เพราะว่ามีบางท่านรับของไปแล้วหายไปเลย ><~
วิธีสมัคร ติดต่อ
• FB Inbox : www.facebook.com/happihandmades
• ID Line : https://goo.gl/A6dfPe

วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

หาอาชีพเสริม สาคูแคนตาลูปนมสด มะพร้าวออ่น ทำง่าย กำไรงาม

หาอาชีพเสริม สาคูแคนตาลูปนมสด มะพร้าวออ่น ทำง่าย กำไรงาม



ทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ต้องการ หาอาชีพเสริม บุคคลทั่วไปที่ต้องการอาชีพเสริมทำ วันนี้เรามีทางใหม่มาแนะนำนะคะ สาคูแคนตาลูปนมสด มะพร้าวอ่อน ที่ทำกันง่ายๆ แต่สามารถสร้างกำไรงานทีเดียว ใครที่ต้องการอยากทำรับประทาน หรืออยากทำขาย คลิ๊กคะ

หาอาชีพเสริม สาคูแคนตาลูปนมสด มะพร้าวออ่น  ทำง่าย กำไรงาม 


เครืองปรุง
1.เม็ดสาคู สีเขียว
2.นมรสจืด เเบบกล่องหรือแบบขวดก็ได้
3.น้ำชื่มแบบสำเสร็จรูปหรือ ต้มเองก็ได้จากน้ำตาลทรายเเดง
4.น้ำมะพร้าวและเนื้อมะพร้าวอ่อน
5.แคนตาลูป

วิธีการทำ

1.ต้มน้ำให้เดือดนำเม็ดสาคู คนไปคนมา ต้มประมาณ 2-3ชม.ให้เม็ดสาคูดูใส ไม่มีไตสีเขียว ตักล้างเพือไม่ให้สาคูติดกัน
2.แยกน้ำมะพร้าวอ่อน และเนื้อ หั่นเนื้อมะพร้าวพอดีคำ
3.หั่นเเคนตาลูปพอดีคำตามชอบใจ
4.นำนมสดใส่อ่าง เอาเม็ดสาคูเทลงไป ใส่น้ำมะพร้าว เติมน้ำเชื่อมอย่าให้หวานมาก ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนและตามด้วยเเคนตาลูป ตักเสริฟได้ แต่ถ้าเเช่เย็นอย่าเกินสามวันนะคะ


ดูรายละเอียดจากเวปไซต์:- http://parttime-job2556.blogspot.com


วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

อาชีพเสริมพารวย !! วิธีเพาะเห็ดเข็มทอง ง่ายๆ สร้างรายได้ 4 หมื่น ต่อเดือน !! (รายละเอียด)

อาชีพเสริมพารวย !! วิธีเพาะเห็ดเข็มทอง ง่ายๆ สร้างรายได้ 4 หมื่น ต่อเดือน !! (รายละเอียด)


หลายคนกำลังมองหาอาชีพเสริม วันนี้เราเลยจะพาไปรู้จักอาชีพหนึ่งที่ทำง่ายมาก แถมรายได้หลายหมื่นต่อเดือนคือ การเพาะเห็ดเข็มทอง ด้วยความต้องการในตลาดผู้บริโภคสูงขึ้นทุกวัน การเพาะเห็ดเข็มทองจึงช่วยสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำด้วยเช่นกัน และวิธีการเพาะเห็ดเข็มทองแบบง่ายๆนั้นจะเป็นอย่างไร ตามมาดูขั้นตอนและวิธีการกันเลยค่ะ
เห็ดเข็มทองเป็นเห็ดยอดนิยมที่เวลาไปสั่งในร้านอาหารชื่อดังในห้าง ทั้งแบบบุฟเฟ่และไม่บุฟเฟ่ ก็ชอบสั่งเมนูเห็ดเข็มทองนี้ทั้งนั้น ใครสนใจก็ลองทำตาม วิธีเพาะเห็ดเข็มทองนี้เลย
เห็ดเข็มทอง
วิธีเพาะเห็ดเข็มทอง
การเตรียมวัสดุสำหรับการเพาะเห็ด : วัสดุเพาะที่ใช้กันโดยทั่วไป คือขี้เลื่อยผสมรำละเอียด 10-20 เปอร์เซ็นต์ และผสมแกลบ 5-10 เปอร์เซ็นต์ เชื้อเห็ดที่จะนำมาปลูก สุดท้ายขวดพลาสติกทนความร้อนสูง
*ขอแนะนำ ขี้เลื่อยควรรดน้ำกองทิ้งไว้จนน้ำที่ไหลซึมออกมามีสีใส ๆ
ง่ายกว่าที่เราคิดไว้
เห็ดเข็มทอง
ใช้เวลา 5-10 วัน เห็ดก็จะสร้างตุ่มดอกแล้ว
เริ่มลงมือปลูก เชื้อที่จะนำมาเพาะเห็ดทางที่ดีควรอบฆ่าเชื่้อมาก่อน แล้วทิ้งขวดขี้เลื่อยให้เย็นประมาณ 20 องศาเซลเซียสจึงจะใส่เชื้อการเพาะเห็ดลงไปในขวดที่เราเตรียมไว้ จากนั้นก็บ่มเชื้อโดยการนำขวดเพาะที่ใส่เชื้อเห็ดไปตั้งไว้ในห้องที่อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 8-12 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิภายในขวดขี้เลื่อยเหมาะต่อการเจริญเติบโตของเส้นใยเห็ด ใช้เวลา 25-30 วัน เชื้อจะเจริญเต็มขวด เมื่อเชื้อเจริญเต็มขวด ให้เปิดฝาออกแล้วใช้เหล็กปลายแบนงอเหมือนช้อนขุดเอาส่วนหน้า หรือส่วนที่เป็นเชื้อขี้เลื่อยออกให้หน้าเรียบ นำไปไว้ในอุณหภิมูห้องที่ 10-15 องศา รักษาอุณหภมิให้สม่ำเสมอ ใช้เวลา 5-10 วัน เห็ดก็จะสร้างตุ่มดอก แล้วก็เลี้ยงต่อจนดอกเห็ดโผล่จากปากขวด 2-3 เซนติเมตร ก็นำเห็ดไปทานได้
เห็ดเข็มทอง
 การเพาะเห็ดเข็มทองสร้างรายได้ให้กับตัวเองหรือครอบครัว รายได้ต่อเดือน 4 หมื่นอัพ หรืออาจมากกว่านั้นอีกถ้าอยู่ในช่วงที่เห็ดขึ้นราคา

เห็ดเข็มทอง
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : do.timelineth.com


วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

พยาบาลสาวสตูล! เลี้ยง‘ด้วงสาคู'สร้างอาชีพเสริมหลังจากงานประจำทำรายได้เป็นแสน

พยาบาลสาวสตูล! เลี้ยง‘ด้วงสาคู'สร้างอาชีพเสริมหลังจากงานประจำทำรายได้เป็นแสน


“ด้วง” ถือเป็นอาหารยอดฮิตของคนที่ชอบอาหารประเภทแมลง ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์มีโอกาสเดินทางไปยัง บ้านเลขที่ 75/2 หมู่ที่ 11 บ้านในสวน-ควนยุง ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล ซึ่งเป็นที่เพาะเลี้ยงด้วงสาคู



โดยเจ้าของฟาร์ม “ด้วงสาคู สตูลฟาร์ม” เป็นของ น.ส.กฤตยา สุขสวัสดิ์ อายุ 39 ปี อาชีพเป็นพยาบาล ทำอาชีพเสริมเลี้ยงด้วงสาคูขาย เล่าให้ฟังว่า ตนเองมีงานประจำเป็นนางพยาบาลในพื้นมาหลายปีและคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องหาอาชีพเสริมสร้างรายได้ เพราะเป้าหมายอยากจะเกษียณอายุก่อนเวลา และเป็นนายของตัวเอง


จึงปรึกษาครอบครัวว่าจะทำอาชีพอะไรดีที่เข้ากับความเป็นคนลูกทุ่งอย่างตน ก่อนตัดสินใจลงมือเลี้ยงด้วงสาคู เพราะเห็นว่าขั้นตอนการเลี้ยงไม่ยุ่งยากวัตถุดิบหลายอย่างในหมู่บ้านมี และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนจึงลงมือศึกษาลองผิดลองถูก ถามผู้รู้อยู่ 2 เดือนเริ่มจาก 20 กะละมัง ก่อนจะลงมือจริงจัง และเป็นรูปเป็นร่างมาจนวันนี้มี 1,000 กะละมัง ยอดสั่งเข้ามาจนมีรายได้เดือนไม่น้อยกว่า 50,000 บาท


น.ส.กฤตยา กล่าวอีกว่า จนปัจจุบันนี้มียอดสั่งซื้อมาเป็นจำนวนมาก โดยตนเองก็ขายอยู่ในราคาที่หน้าฟาร์มที่กิโลกรัมละ 200 บาท หากส่งขายไปต่างจังหวัด แพ็กตามลูกค้าต้องการขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 170-180 บาท ส่วนกลุ่มลูกค้าจะมีทั่วในประเทศไทยไปถึงแถวปาดังเบซาร์ ใกล้กับประเทศมาเลเซีย และ สิบสองปันนา ประเทศจีนเลยทีเดียว และนอกจากนี้มีนักศึกษาทั้งไทย และต่างปะเทศมาดูงานเช่นกัน


นอกจากการเลี้ยงแล้วยังทำการขายคู่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ขายอยู่ที่คู่ละ 8 บาทพร้อมรับประกันดูแลหลังการขาย เช่นหากส่งไปแล้วตายระหว่างทางก็จะเปลี่ยนใหม่ดูแลบริการดั่งญาติมิตร รวมทั้งใครสนใจก็เข้ามาศึกษาฟรีค่ะ พร้อมกับปรึกษาและแก้ปัญหาให้ด้วยจนสู่ออกขายเลยทีเดียว


สำหรับช่องทางการตลาดร้อยละ 80 เปอร์เซ็นต์ใช้โซลเซียล ในการขายและติดต่อสื่อสารกับลูกค้าและคนที่สนใจที่จะเรียนรู้  ซึ่งอนาคตทางฟาร์มต้องการจะเป็นแหล่งเรียนรู้ของสังคม ในการสร้างอาชีพและขยายเครือข่ายเพื่อตอบแทนสังคม  โดยอนาคตหวังว่าจะผลิตส่งขายห้างร้านขนาดใหญ่โดยสามารถผลิตส่งขายได้เดือนละ 300 กิโลกรัม และผลิตพ่อแม่พันธุ์ 5,000 คู่


น.ส.กฤตยา ยังให้แง่คิดสำหรับคนทำงานลูกจ้างประจำ ว่า เราทุกคนมีเวลาเท่ากัน 24 ชม.อยู่ที่ว่าเราจะบริหารเวลา และงานของเราอย่างไร โดยเป้าหมายคือต้องการช่วยเหลือสังคมได้มีอาชีพและมีเครือข่ายในการผลิตด้วงสาคูมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นฟาร์มที่ครบวงจร ในการเป็นแหล่งเรียนรู้ และพร้อมจะส่งต่อให้ทุกคนเชื่อว่าการให้ และมิตรภาพที่ดีจะทำให้เราขยายเครือข่ายอาชีพนี้ต่อไปได้


เมนูแนะนำ “ด้วงสาคู” อาทิ ลาบด้วงสาคู ด้วงผัดฉ่า ด้วงคั่วเกลือ และเมนูที่ทางคุณแม่เรณู สุขสวัสดิ์ อายุ 60 ปี ภูมิใจนำเสนอ คือ ยำด้วงสาคู คลุกเคล้าด้วยเครื่องปรุง มะม่วง หอมแดง พริกสด กุ้งแห้งน้ำปลา น้ำตาล จนเข้ากัน ปรุงสุดแซบ อร่อยเวอร์ เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี


คุณแม่เรณู และคุณพ่อเขียน สุขสวัสดิ์ เล่าว่า ภาคภูมิใจในตัวลูกมากที่เป็นคนมุ่งมั่นขยันขันแข็ง โดยทางครอบครัวทุกคนช่วยดูแลเมื่อยามลูกได้เข้าเวรที่โรงพยาบาล ทั้งคุณพ่อโดยเฉพาะคุณแม่จะเป็นเสมือนมือขวาของลูกสามารถเพาะเลี้ยงแพ็กส่งให้ลูกค้าเองได้ ให้อาหารและคอยดูการเติบโตให้น้ำ ซึ่งเห็นว่าด้วงสาคูในอนาคตสามารถเติบโตต่อไปได้อีก



ที่มา:https://www.naewna.com/

ห่อหมกสร้างอาชีพ

ห่อหมกสร้างอาชีพ


"ห่อหมกแม่วาว" รสอร่อยแถมสร้างอาชีพ เหมาะสำหรับคนต้นทุนน้อย

หากใครได้มีโอกาส แวะไปทำธุระ หรือ แวะไปช้อบปิ้ง ที่ตลาดเสรีมาเก็ต ถ.พระราม 9  คงจะพบเห็นของกิน และของใช้มากมาย ให้ได้เลือกช้อป เลือกชิม  และสิ่งที่ทำให้ต้องสะดุดตา กับ อาหารพ่วงอาชีพ  นั่นคือ “ห่อหมกแม่วาว” อยู่โซนฟู้ดเซ็นเตอร์
          ที่บอกว่าไม่เหมือนใคร เพราะนอกเหนือจาก วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการทำห่อหมก มีอย่างหลากหลาย ทั้งปลาช่อน ปลากระพง ปลาอินทรีย์ และปลาแซลม่อน  มีทั้งแบบนึ่ง และแบบย่าง กลิ่นหอมติดใบตอง 
 ทั้งนี้ได้มีโอกาสคุยกับ พี่คนขาย เล่าให้ฟังว่า ทางร้านใช้วัตถุอย่างดี เนื้อปลาสดใหม่ รวมถึงเครื่องแกงที่ใช้สมุนไพรที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย และผักที่ใช้รองกับเนื้อห่อหมก จะใช้ใบชะพลู เพราะมีความหอม และมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ในตัว  ไม่ทำให้รสชาติของเครื่องแกงผิดเพี้ยนไป และที่ไม่เลือกใช้ใบยอ เพราะมีรสขม ส่วนกะหล่ำปลี ก็จะทำให้ห่อหมกจืด ไม่ได้รสชาติที่จัดจ้านของเนื้อห่อหมก
          ทั้งนี้ได้มีโอกาสคุยกับ พี่คนขาย เล่าให้ฟังว่า ทางร้านใช้วัตถุอย่างดี เนื้อปลาสดใหม่ รวมถึงเครื่องแกงที่ใช้สมุนไพรที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย และผักที่ใช้รองกับเนื้อห่อหมก จะใช้ใบชะพลู เพราะมีความหอม และมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ในตัว  ไม่ทำให้รสชาติของเครื่องแกงผิดเพี้ยนไป และที่ไม่เลือกใช้ใบยอ เพราะมีรสขม ส่วนกะหล่ำปลี ก็จะทำให้ห่อหมกจืด ไม่ได้รสชาติที่จัดจ้านของเนื้อห่อหมก

         ด้านคุณปานรดา ภูมิศุภนนท์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ห่อหมกแม่วาว  เล่าถึงที่มาที่ไปของ ห่อหมกแม่วาว  ว่า  เริ่มจากการที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ เป็นผู้ชื่นชอบการรับประทานห่อหมก เป็นทุนเดิม  ประกอบกับ ทำธุรกิจเกี่ยวกับสมุนไพร จึงมีความร็เกี่ยวกับสมุนไพรเป็นอย่างดี จึงหารือกับทีมงาน ในการปรับสูตรการทำห่อหมก โดยการนำสมุนไพรที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค เข้ามาเป็นส่วนประกอบของห่อหมก กระทั่งเป็นที่มาของ “ห่อหมกแม่วาว” มีระบบการประกอบด้วยการฟรีซดราย ที่สามารถคงคุณค่าของอาหารไว้ได้อย่างครบถ้วน ผู้บริโภคสามารถซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านได้ เพียงแค่นึ่งด้วยเวลา 15 นาที ก็ได้ห่อหมกที่สุกพร้อมเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ
  นอกจากนี้ ทางเจ้าของผลิตภัณฑ์ ยังเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับ ผู้ที่ต้องการจะเริ่มอาชีพค้าขาย แต่อาจจะมีทุน  แต่ต้องการเริ่มต้นการทำธุรกิจเล็ก   “ห่อหมกแม่วาว” เอง มีเฟรนไชส์ ด้วยราคาเพียง 3900 บาท จะได้รับป้ายร้าน นำไปใช้ในการขายห่อหมกได้  ซึ่งปัจจุบัน มีการขยายสาขาเฟรนไชส์ ไปแล้ว 5 สาขา คือ  ตลาดเสรีมาร์เก็ต ถ.พระราม 9, สาขา ตลาดพระราม 5  ,สาขา เดอะมอลล์บางกะปิ , สาขา ตลาดบางใหญ่  และสาขา ฟู้ดวิลล่า  
          ถ้าหากใครสนใจ สามารถ เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่  Favebook :  maewow ,Line @maewowlover
 ที่มา:https://www.komchadluek.net/


วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

เห็ดมิลค์กี้ พืชเศรษฐกิจใหม่ สร้างรายได้เสริม กก. ละ 1,000 บาท เพาะง่ายรายได้ดี

เห็ดมิลค์กี้ พืชเศรษฐกิจใหม่ สร้างรายได้เสริม กก. ละ 1,000 บาท เพาะง่ายรายได้ดี


เห็ดมิลค์กี้ พืชเศรษฐกิจใหม่ สร้างรายได้เสริม กก. ละ 1,000 บาท เพาะง่ายรายได้ดี



เห็ดเป็นอาหารที่คนไทยนิยมรับประทาน อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เห็ดมิลค์กี้ หรือ Milky mushroom เป็นเห็ดขนาดใหญ่อีกสายพันธุ์หนึ่งที่ปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย เป็นเห็ดที่ชอบอากาศร้อนชื้น ลักษณะดอกจะเป็นสีขาวนวล เนื้อแน่น เห็ดมิลค์กี้ มีรสชาติอร่อย คล้ายเนื้อไก่ เนื้อแน่น มีเส้นใยอาหารและไฟเบอร์สูง นอกจากนำไปประกอบอาหารได้แล้วยังสามารถนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย โดยปัจจุบัน เห็ดมิลค์กี้ ได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ สร้างรายได้เสริมถึง กก. ละ 1,000 บาท ซึ่งบางดอกเมื่อโตเต็มที่แล้วจะมีน้ำหนักถึง 1.5 กิโลกรัมเลยทีเดียว
ความเป็นมาของเห็ดมิลค์กี้

ความเป็นมาของเห็ดมิลค์กี้
เห็ดมิลค์กี้ เป็นเห็ดที่มีสายพันธุ์มาจากประเทศอินเดีย ในแถบเทือกเขาหิมาลัย ไม่ปรากฏแน่ชัด ว่าเข้ามาในประเทศไทยเมื่อไหร่ แต่จากตรวจสอบพบว่าเห็ดมิลค์กี้เป็นเห็ดที่เจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีในภูมิอากาศที่ร้อนชื้น ซึ่งเหมาะสำหรับการเพาะขยายพันธุ์ในประเทศไทย จึงไม่ใช่เรื่องยากที่เกษตรกรจะเพาะเห็ดมิลค์กี้เพื่อสร้างรายได้เสริม

ประโยชน์ของเห็ดมิลค์กี้
เห็ดมิลค์กี้ อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย สามารถประกอบอาหารได้หลายชนิดเช่น อาหารประเภทแกง หรือผัด และเป็นเห็ดที่ไม่คืนตัวเวลานำมาประกอบอาหาร ฯลฯ เห็ดมิลค์กี้สามารถนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย ส่วนสรรพคุณด้านยา เห็ดมิ้ลค์กี้สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือด มีกลูต้าธีโอน วิตามินอี มากกว่าไข่ไก่ 1 ฟอง และช่วยให้ระบบขับถ่ายสามารถทำงานดีขึ้น อุดมไปด้วยวิตามิน B2, E, A และฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ซีลีเนียม และยัง ประกอบด้วยแคลเซียม วิตามิน C เหล็ก และสังกะสี

การเพาะเห็ดมิลค์กี้
การเพาะเห็ดมิลค์กี้ ซึ่งใช้พื้นที่น้อย ไม่จำเป็นต้องสร้างโรงเรือน โดยเพาะลงแปลงหรือเพาะลงถุง สามารถทำได้ง่ายเทคนิคไม่ซับซ้อนและดูแลไม่ยุ่งยาก เพียงรดน้ำวันละ 2 ครั้ง สถานที่เพาะเห็ดจะต้องอยู่ในสภาพอากาศชื้นและอุณหภูมิค่อนข้างอบอ้าว แต่ไม่ร้อนจนเกินไป และในที่เพาะจะต้องสะอาด เกษตรกรสามารถลงมือทำเองได้ เมื่อโตเต็มที่ขนาดของดอกเห็ดจะกว้างประมาณ 10-15 นิ้ว
การเพาะเห็ดมิลค์กี้

ทิศทางในอนาคตของเห็ดมิลค์กี้
1. ณ ปัจจุบันนี้ ยังนับว่าสดใส เนื่องจากเป็นเห็ดที่ที่ไม่คืนตัวเวลานำมาทำอาหาร ปรุงอาหารได้หลากหลาย มีรสชาติอร่อย และมีสรรพคุณด้านยาดี   
2. ราคาตลาดที่ยังสูงอยู่ ที่กิโลกรัมละ 700 บาท แต่ราคาก้อนเชื้อเห็ดที่มีราคาสูง ทำให้ผลตอบแทนน้อย แต่หากสามารถขยายได้เอง หรือ ทำก้อนเชื้อเองได้เอง ก็ลดต้นทุนได้มาก 
3. ณ ปัจจุบันนี้ ความนิยมนำมารับประทานของเห็ดมิลค์กี้ของคนไทยถือว่าน้อย

เครดิต
https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/730107
https://mgronline.com/smes/detail/9610000024952

วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

งาน Part Time ทำที่บ้าน งานฝีมือ

งาน Part Time ทำที่บ้าน งานฝีมือ



งาน Part Time ทำที่บ้าน นี้เป็นงานฝีมือที่ไม่ต้องมัดจำชิ้นงาน สามารถรับงานทำที่บ้านได้ทั้งคนที่พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยสิ่งที่คุณต้องทำคือการถักโครเชต์ตุ๊กตาไหมพรม ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ ขอเพียงชอบทำงานประดิษฐ์ ทางร้านมีต้นแบบตุ๊กตาพร้อม VCD สอนการถักให้ส่งทางไปรษณีย์
คุณสามารถหาซื้ออุปกรณ์ในการทำงานได้เองตามที่ท่านสะดวก


ประเภทงาน: งาน Part Time, งาน Part Time ทำที่บ้าน, งานทำที่บ้าน

ราคา VCD: 150 บาท

EMS: ฟรี

ราคาต้นแบบ: 350(มีทั้งหมด 3 แบบ
)

สอบถามได้ที่คุณแน็ต: 090-6233095

ที่ทำการ: 50/42 หมู่ 4 ท่าตลาด สามพราน จังหวัดนครปฐม 73110
Email: dressindeed@hotmail.com

หางาน Part Time เพิ่มเติมได้ที่ http://lineparttime.blogspot.com



ชาวสวนยางสงขลาหันปลูกสละอินโดสร้างรายได้ดี

ชาวสวนยางสงขลาหันปลูกสละอินโดสร้างรายได้ดี


ชาวสวนยางสงขลา ผันตัวปลูกสละอินโด ผลไม้เศรษฐกิจใหม่ สร้างรายได้ดี พร้อมหาช่องทางขยายตลาดเพิ่ม
สละอินโด เป็นผลไม้เศรษฐกิจที่กำลังน่าจับตามอง และเกษตรกรสนใจมาปลูกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปลูกง่าย ขายคล่อง ซึ่ง ลุงมอน แสงนพรัตน์ เกษตรกรใน ต.ทับช้าง อ.นาทวี จ.สงขลา ได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจจนสวนสละอินโดติดตลาดไม่พอต่อความต้องการ จากเคยเป็นชาวสวนยางพาราก็ได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกรปลูกสละอินโดปลอดสารพิษอย่างแท้จริง จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้าน ลุงมอน เล่าว่า ปี 2546 ตนเริ่มต้นการ

ปลูกสละอินโด จากความชื่นชอบในความแปลก เพราะมีรสชาติที่อร่อยแตกต่างจากสละทั่วไป จึงได้ซื้อพันธุ์มาปลูก และดูแลสวนด้วยตนเอง หมั่นตัดแต่งกิ่งก้าน ถางหญ้าตามแนวปลูกไม่ให้รกเพื่อให้สะดวกต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิต โดย ลุงมอน จะทดลองชิมทุกต้นก่อนตัดขาย ทั้งนี้ สละอินโดกำลังได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน กรอบ ปลูกง่าย ขายได้ราคาดี เป็นที่ต้องการของตลาด
บ่อยครั้งที่ลุงมอนจะนำผลผลิตไปขายเองที่ตลาดนัด และมีพ่อค้ามารับถึงสวน ทำให้มีรายได้ประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน จากการเริ่มลองผิดลองถูกทำให้ลุงมอนเห็นวิธีการผสมเกสรเพื่อให้สละติดลูกได้ง่าย จึงมีการเก็บรักษาเกสรตัวผู้ไว้เพื่อใช้ในช่วงที่ขาดแคลน นอกจากนี้ ยังได้แปรรูปเป็นสละอินโดทรงเครื่อง ส่งขายให้แก่แม่ค้าในพื้นที่ และยังคงเดินหน้าคิดค้นหาวิธีแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และขยายการพื้นที่การปลูกออกไปอีกด้วย

ที่มาhttps://www.sanook.com:


วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ไก่ประดู่หางดำทำรายได้งาม

ไก่ประดู่หางดำทำรายได้งาม

  นายกรณ์ภัสสรณ์  นาคคชสีห์ หรือ ผู้ใหญ่นพ เป็นผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.บ้านแก่ง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ มาประมาณ 5 ปี ซึ่งทุกวันนี้ได้พลิกชีวิตประกอบอาชีพเสริมด้วยการเลี้ยงไก่พันธุ์ประดู่หางดำเชียงใหม่ จนสามารถทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ
          ผู้ใหญ่นพ บอกว่า ก่อนจะมาประสบความสำเร็จกับอาชีพเสริมด้วยการเลี้ยงไก่ขาย เคยเลี้ยงวัวมาเป็นเวลา 3 ปี แต่ประสบปัญหาหลายอย่าง เช่น เป็นโรคต่างๆ หญ้าไม่พอให้วัวกิน โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง จนส่งผลทำให้วัวตาย 10 ตัว ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ตกอยู่ในสภาวะการขาดทุน หลังจากนั้นก็เลยคิดปรับเปลี่ยนมาเป็นเลี้ยงไก่แทน แล้วก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี
 "ผมเลี้ยงไก่มาเป็นเวลา 1 ปี แรกเริ่มเดิมทีเลี้ยงไก่แม่พันธุ์มา 24 ตัว ก่อนจะเพิ่มมาเป็น 150 ตัว แล้วก็เพิ่มมาเป็น 300 ตัว เนื่องจากเกษตรกรที่นำไก่ไปเลี้ยง ไก่โตไม่ทัน และทางเกษตรกรต้องการลูกไก่เพิ่มอีกอาทิตย์ละประมาณ 200 ตัว เลยต้องเพิ่มจำนวนแม่พันธุ์กับตู้ฟักไข่ เพื่อต้องการฟักลูกไก่ให้ได้อาทิตย์ละ 1,000 ตัว ให้ได้ตรงตามความต้องการของเกษตรกรและผู้บริโภค ซึ่งผู้เพาะพันธุ์ลูกไก่เป็นเกษตรกรต้นน้ำ สำหรับผู้ที่นำลูกไก่ไปเลี้ยงก็เป็นเกษตรกรกลางน้ำ ส่วนโรงเชือดก็จะเป็นปลายน้ำ" ผู้ใหญ่นพ กล่าว
          ผู้ใหญ่นพ กล่าวอีกว่า ในการป้องกันโรคของไก่ ก็จะใช้วิธีการทำยาวัคซีนในการป้องกัน เช่น โรคไข่หวัดนก หวัดหน้าบวม อหิวา เป็นต้น โดยตอนนี้อาชีพเลี้ยงไก่เป็นอาชีพที่ได้รับตอบรับดีมาก เพราะไก่โตไม่ทันให้แก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกันยังมีอีกหลายจังหวัดที่ต้องการไก่อาทิตย์ละ 500-700 ตัว ส่วนเรื่องรายได้ที่ได้จากการเลี้ยงไก่ดีขึ้นมาก ในการเลี้ยงไก่จะได้รายได้เป็นอาทิตย์ เช่น ถ้าขายลูกไก่อาทิตย์ละ 200 ตัว ก็จะได้รายได้อาทิตย์ละ 4,000 บาท หักค่าอาหาร 1,000 บาท ดังนั้นจะได้รายได้สุทธิอยู่ 3,000 บาท เนื่องจากลูกไก่ที่ออกจากไข่เลยแบบยังไม่ได้กินอาหารกินน้ำ จะขายอยู่ตัวละ 20 บาท แต่ถ้าจะให้อนุบาลให้ 1 อาทิตย์ พร้อมหยอดยาวัคซีนให้ จะขายอยู่ตัวละ 30 บาท จึงอยากส่งเสริมให้เกษตรกร นำอาชีพเลี้ยงไก่ไปเป็นอาชีพเสริม หรือบางทีอาจจะเป็นอาชีพหลักเลยก็ได้

          ผู้ใหญ่นพ บอกด้วยว่า สำหรับไก่เชือกชำแหละถอนขน ก็จะนำไปขายตามตลาดนัดต่างๆ โดยขายในกิโลกรัมละ 130 บาท จะขายวันละ 20 ตัว ที่ทำสำเร็จนำไปทำอาหารได้เลย แต่ถ้าซื้อเป็นตัวที่ยังไม่ถอนขนหรือเชีอดจะขายกิโลกรัมละ 80 บาท ซึ่งส่วนตัวอยากสนับสนุนให้ลูกบ้านเลี้ยงไก่เป็นอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกทาง หรือจะมาชมฟาร์มที่เลี้ยงก็จะยินดีแนะนำให้คำปรึกษา ได้ที่บ้านเลขที่ 103/1 ม.4 ต.บ้านแก่ง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ 53140 หรือ โทร 084-6212689
ที่มา:https://www.komchadluek.net


วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562

"ซีพีเอฟ ชูป่าชายเลนสร้างอาชีพเสริมเลี้ยงชันโรง เพิ่มรายได้ให้ชาวประมงสงขลา

"ซีพีเอฟ ชูป่าชายเลนสร้างอาชีพเสริมเลี้ยงชันโรง เพิ่มรายได้ให้ชาวประมงสงขลา

บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน)หรือซีพีเอฟ ส่งเสริมชาวประมง ต.ชะแล้ จังหวัดสงขลา เลี้ยงชันโรงเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้ชุมชนร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อคืนสมดุลธรรมชาติอย่างยั่งยืน


 
 
 
 
นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่าชุมชนชะแล้ มีความพร้อม เข้มแข็ง ในการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ป่าชายเลนเพื่อคืนสมดุลธรรมชาติให้เป็นแหล่งอาหารสำคัญของคนในชุมชน นับเป็นความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)เครือข่ายภาคประชาสังคม ชุมชนและภาคเอกชนผ่านโครงการ“ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้องป่าชายเลน"ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา

จากการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทำให้ป่าชายเลนมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น ป่ายังเป็นที่อยู่ของแมลงที่เป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศโดยเฉพาะชันโรง ซึ่งเป็นแมลงที่ช่วยผสมเกสรคล้ายผึ้งสามารถเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชน ซีพีเอฟจึงได้ต่อยอดโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงชันโรงให้เป็นอาชีพเสริมของคนในชุมชนโดยนำผู้สนใจไปดูงานเลี้ยงชันโรงที่พัทลุง ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงชันโรงที่มีชื่อเสียงที่สุดของทางภาคใต้เพื่อเผยแพร่ความรู้และทำผลิตภัณฑ์จากชันโรง เช่น น้ำผึ้ง สบู่ เป็นต้น

 
 
 
 
ปัจจุบันมีชาวชุมชน8ครอบครัวที่หันมาเลี้ยงชันโรงเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้และยกระดับความเป็นอยู่ของครอบครัวให้ดีขึ้นมีรายได้เฉลี่ย50,000 – 60,000 บาทต่อปี ทั้งยังพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าได้ เช่น น้ำผึ้ง และสบู่ โดยซีพีเอฟมีโครงการพัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เลี้ยงชันโรง พื่อให้ความรู้แก่คนในชุมชนที่สนใจสามารถนำไปเลี้ยงเป็นอาชีพได้อันจะนำไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างมั่นคง”นายวุฒิชัยกล่าว

 
 
 
ซีพีเอฟดำเนินธุรกิจควบคู่กับการให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้เสาหลักสู่ความยั่งยืนของบริษัท คือ อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน ดินน้ำป่าคงอยู่ โดยทำงานร่วมกับทช. เครือข่ายภาคประชาสังคมและชุมชนในพื้นที่ ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้รวมทั้งสิ้น 2,388 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ใน 5 จังหวัด คือ ระยอง สมุทรสาคร พังงา สงขลา และชุมพร สอดล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติหรือSDGs(Sustainable Development Goals)

นายประพัฒน์ โนเรศน์ หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 38สงขลา กล่าวว่าป่าชายเลนเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจของประเทศ สังคมและชุมชน รวมทั้งความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากชุมชนในพื้นที่ เครือข่ายและภาคประชาสังคม ร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟูและดูแลการที่ภาคเอกชนอย่างซีพีเอฟ เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ทำให้เกิดประโยชน์ชัดเจนคือเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนให้กับประเทศและชุมชน กระตุ้นให้ชุมชนในพื้นที่เห็นความสำคัญของป่าชายเลน ซึ่งมีผลต่อการดำรงชีวิตของคนในชุมชนเอง อาทิ การทำอาชีพประมงพื้นบ้าน นอกจากนี้ในพื้นที่ปลูกป่าชายเลนที่ต.ชะแล้ จ.สงขลา ซีพีเอฟยังเข้ามาสนับสนุนคนในชุมชนเลี้ยงชันโรง ทำให้เกิดการสร้างงานเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชน

“ภาครัฐอยากเห็นหน่วยงานเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติเพราะภาคเอกชนสามารถนำองค์ความรู้เข้ามาใช้ผสมผสานในการร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่า ส่งเสริมชุมชนให้อยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน ยกตัวอย่าง ซีพีเอฟที่เข้ามาสนับสนุนแนวคิดในการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ รวมถึงงบประมาณในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ก็ทำให้หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วขึ้น”หัวหน้าสถานีทรัพยากรป่าชายเลนที่ 38 สงขลา กล่าว
 
ที่มา:http://www.acnews.net/

วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562

สูตรน้ำผลไม้ปั่นคลายร้อน อาชีพเสริมเพิ่มรายได้สำหรับร้อนนี้

สูตรน้ำผลไม้ปั่นคลายร้อน อาชีพเสริมเพิ่มรายได้สำหรับร้อนนี้



หน้าร้อนนี้คงทำให้หลายคนรู้สึกหงุดหงิดกับอากาศร้อน แต่วันนี้ archep.com มีวิธีคลายร้อนมาฝากกันค่ะ พร้อมด้วยอาชีพเสริมหน้าร้อนที่ทุกท่านสามารถทำเองได้ สูตรและเคล็ดลับในการทำน้ำผลไม้ปั่นพร้อมด้วยประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการมาฝากค่ะ ในหน้ารัอนนี้หลายคนหันมาให้ความสนใจเครื่องดื่มคลายร้อนมากขึ้น เช่น การดื่มน้ำเย็นๆ หรือประทานไอศครีม น้ำแข็งใส ก็ช่วยคลายร้อนได้อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีรสชาติทั้งหวานและเย็นจะช่วยให้คนที่รับประทานเข้าไปรู้สึกดีขึ้นจากอากาศร้อนได้ค่ะ

สูตรน้ำสกัดบำรุงครรภ์

ส่วนผสมประกอบด้วย
1. แอปเปิ้ลแดง 1 ลูก แอปเปิ้ลแดงมีจุดเด่นในเรื่องสุขภาพคือมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์มากที่สุด และยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ดีต่อสุขภาพผิวด้วยค่ะ
2. ผักใบเขียวเซอร์ราลี่ 2 ก้าน มีสรรพคุณหลายหลายที่สามารถช่วยบำบัดและบรรเทาอาการของโรคต่างๆ ได้ดีโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ โดยมีสรรคุณทางยาคือช่วยลดความดันโลหิตและช่วยให้เจริญอาหาร รวมทั้งมีปริมาณโซเดียมต่ำ ดังนั้นคนที่เป็นโรคไตจึงสามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดผลข้างเคียงใดๆ
3. บีทรูท 1 หัว ประโยชน์ของบีทรูทนั้นมีมากมายเลยหละค่ะ ทั้งอุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม โปแตสเซียม เหล็ก อีกทั้งยังให้วิตามินซีสูง วิตามินเอ บี1และบี 2 สารสีแดงในหัวบีทรูท คือ เบทานิน (betanin) เป็นกรดอะมิโนที่มีสรรพคุณยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกและมะเร็ง น้ำบีทรูทจึงมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในด้านรักษามะเร็ง นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณทางยาอื่นอีก เช่น ช่วยทำให้เลือดลมดี การไหลเวียนของโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น ช่วยขับปัสสาวะ ลดอาการบวม บำรุงตับ เป็นยาระบาย เจริญอาหาร แก้เจ็บคอ ขับเสมหะ และแก้อาการไอ
4. แครอท 1 หัว อุดมไปด้วยวิตามินเอ และเกลือแร่ช่วยบำรุงสายตา บำรุงผิวและ เนื้อเยื่อ ช่วยยับยั้งความเสื่อมของ อวัยวะสำคัญของร่างกาย มีความเชื่อว่า แครอทช่วยรักษา โรคมะเร็ง ช่วยลดความเสี่ยงจากโรค เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต ความดันโลหิตสูง ต้อกระจก และยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน เร่งการสร้างเซลล์ในแผลผ่าติด
วิธีทำน้ำสกัดบำรุงครรภ์
1. ให้นำผลไม้ทั้ง 4 อย่างมาล้างให้สะอาด
2. ปลอกเปลือกแครอท และหั่นบีทรูทออกเป็นครึ่งนึง
3. นำแครอท บีทรูท เซอร์ราลี่ และแอปเปิ้ลแดง ใส่ลงไปในเครื่องแยกกาก
4. พอได้น้ำสกัดสูตรบำรุงครรภ์ ก็ให้ใส่เกลือลงไปเล็กน้อยก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ สูตรบำรุงครรภ์นี้ยังช่วยต้านโรคมะเร็งได้ด้วยนะค่ะ
ที่มา:http://www.archep.com/

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ยโสธร ชาวบ้านขายบั้งไฟน้อย สร้างอาชีพเสริมรายได้ช่วงเทศกาลบุญบั้งไฟ


ยโสธร   ชาวบ้านขายบั้งไฟน้อย สร้างอาชีพเสริมรายได้ช่วงเทศกาลบุญบั้งไฟ

     ชาวบ้านหลายครัวเรือน ทำบั้งไฟน้อย จำหน่ายในช่วงเทศกาลประเพณีบุญบั้งไฟ  ราคาบั้งเล็กละ 1 -100 บาท ขนากกลาง 4 -60 บาท และขนาดใหญ่ 100 บาท ซึ่งทางราชการกำหนดขายได้เฉพาะในช่วงเทศกาลนี้เท่านั้น วัสดุดิบที่ใช้ซื้อทุกอย่างเมื่อลบต้นทุนพออยู่ได้ จุดบั้งไฟอย่างถูกวิธีไม่ก่อเกิดอันตราย

                ประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธรเริ่ม ตั้งแต่วันที่ 8- 12พฤษภาคม 2562 จัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการ  ซึ่งปีนี้มีการเฉลิมฉลองพิเศษที่จังหวัดยโสธรกับเมืองชิชิบุ ประเทศญี่ปุ่น มีความสัมพันธ์ไมตรีอันดีต่อกันมาอย่างยาวนานที่ได้นำบั้งไฟมาร่วมเข้างานดังกล่าว ณ.วันนี้ประชาชนเริ่มตื่นตัวกับงานบุญบั้งไฟในครั้งนี้อย่างมาก จะเห็นได้จากชุมชนต่างๆเริ่มจัดขบวนฟ้อนรำและเตรียมทำบั้งไฟขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก ตามที่ได้กำหนดเอาไว้ ขณะที่หลายเส้นทางมุ่งสู่จังหวัดยโสธร  พบว่ามีชาวบ้าน มาวางจำหน่ายบั้งไฟขนาดเล็กตลอดเส้นทาง

               ค่าย ส.นครโนน เป็นชาวบ้านโนนพัฒนา อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นอีกครอบครัวหนึ่งที่ได้จำหน่าย พร้อมได้แบ่งจุดให้ภรรยา และลูก วางขายตามเส้นทาง กล่าวว่า การทำบั้งไฟน้อย มีหลายขนาดใหญ่ –กลาง-เล็ก ซึ่งขนาดเล็กบั้งละ 1 บาท(มัดละ100บาท100บั้ง) ขนาดกลางตั้งแต่ 4-60บาท(มัดละ10บั้ง) และขนาดใหญ่จำหน่ายในราคา100 บาท (มัดละ5 บั้ง)  ในส่วนวัสดุที่ใช้ทำ บั้งเล็กใช้กาบกล้วย,ยางเส้น,หางก้านธูปและดินปะสิว ส่วนขนาดกลางใช้ท่อPVCขนาด 4หุน,6หุน /ยาว2-4 นิ้ว หางใช้ก้านมะพร้าว และขนาดใหญ่ใช้ท่อ PVCขนาด 1 นิ้ว ยาว 5 นิ้ว หางใช้ลำปอหรือต้นแขม ในส่วนการผสมดินปะสิวนั้นไม่ยอมเผยเคล็ดลับเพราะเป็นความลับของแต่ละคนแต่ละค่าย

            สำหรับ ในหมู่บ้านหลายครัวเรือนที่ทำและได้สืบทอดการทำบั้งไฟมากบรรพบุรุษ ตนเองว่างงานเมื่อใกล้ถึงเทศกาลจะประกอบ ทำแล้วนำมาจำหน่ายหมุนเวียนไปตามเส้นทางต่างๆ วันไหนมีงานที่หมู่บ้านใดที่จัดงานบุญประเพณีขึ้น ในเขตพื้นที่ใกล้เคียงจังหวัดยโสธร และจังหวัดใกล้เคียง  ในส่วนของรายได้เป็นบางวันดีบ้างไม่ดีบ้าง เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วพอใช้จ่ายในครัวเรือน เพราะต้องซื้อวัสดุดิบทุกอย่าง อีกอย่างมีข้อจำกัดทางราชการกำหนดให้ขายได้เฉพาะในช่วงเทศกาลบุญบั้งไฟเท่านั้น   อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคนมาซื้อตนจะแนะนำการจุดบั้งไฟอย่างถูกวิธี อาทิ การจุดให้ตั้งบั้งไฟตรงกับพื้นจะทำให้บั้งไฟขึ้นสูงตามแนวดิ่งเมื่อขึ้นสูงหมดดินปะสิวจะตกลงมาบริเวณที่จุด จะไม่เกิดอันตรายแต่อย่างใด และแนะให้ไปจุดในสถานที่โล่งๆไม่มีบ้านเรือนที่อยู่ของชุมชน อีกด้วย

ขอขอบคุณแหล่งข่าวจาก – นายอุทัย  มานาดี / ข่าว/ภาพ


บทความที่ได้รับความนิยม