แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เสริมรายได้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เสริมรายได้ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

“ยาสูบ” พืชทำเงิน สร้างอาชีพของเกษตรกรไทย ให้ผลตอบแทนดี

“ยาสูบ” พืชทำเงิน สร้างอาชีพของเกษตรกรไทย ให้ผลตอบแทนดี


“ยาสูบ” พืชทำเงิน สร้างอาชีพของเกษตรกรไทย  ข้อมูลจากกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ระบุว่า ปัจจุบัน มีเกษตรกรไทยยึดอาชีพปลูกยาสูบ จำนวน 34,000 ครอบครัว เนื้อที่ปลูกยาสูบ จำนวน 132,000 ไร่ มีผลผลิต 40,700 ตัน ซึ่งพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง จำนวน 10 จังหวัด ปลูกใบยาสูบพันธุ์เวอร์จิเนีย จำนวนเกษตรกร 5,800 ครอบครัว ผลผลิตรวม 12,000 ตัน ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 14,900 ครอบครัว นิยมปลูกยาสูบพันธุ์โอเรียนทอล หรือเตอร์กิช มีผลผลิต 8,800 ตัน

ไร่ยาสูบ สายพันธุ์เวอร์จิเนีย จังหวัดน่าน

ทุกวันนี้ ยาสูบพันธุ์เบอร์เรีย มีแหล่งปลูกสำคัญอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ สร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 13,000 ครอบครัว มีผลผลิตปีละ 19,900 ตัน กล่าวได้ว่า “เบอร์เรีย” นับเป็นสายพันธุ์ยาสูบที่เกษตรกรนิยมปลูกมากที่สุด มีผลผลิตมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่การปลูกยาสูบทั้งประเทศ

คุณพงศธร อังศุสิงห์

คุณพงศธร อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์และผู้บริหารฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 25 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ทางบริษัทได้ทำงานใกล้ชิดกับภาคเกษตรยาสูบไทยที่ประกอบด้วยชาวไร่ยาสูบราว 34,000 ครอบครัว ซึ่งบริษัทในเครือของเราเป็นผู้รับซื้อใบยาสูบจากเกษตรกรไทยผ่านบริษัทผู้จัดหาใบยาเพื่อการส่งออกอย่างต่อเนื่องมาเกือบ 3 ทศวรรษ และยังเป็นผู้ซื้อใบยาสูบรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
นอกเหนือจากการรับซื้อใบยาสูบแล้ว ทางบริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรยาสูบไทยโดยเรามีการดำเนินงานในเรื่อง “Sustainable Tobacco Programmes” หรือแผนงานสร้างความยั่งยืนให้กับพืชยาสูบที่ให้ความสำคัญในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับใบยาตั้งแต่ต้นทาง คือ ไร่ยาสูบ ไปจนถึงกระบวนการในโรงงานเพื่อยกระดับคุณภาพใบยาสูบไทยให้ได้ตามมาตรฐานของโลก และมีความสามารถในการแข่งขันได้เมื่อเทียบกับพืชเศรษฐกิจอื่น รวมถึงให้ความสำคัญกับหลักปฏิบัติที่ดีด้านแรงงานในไร่และความปลอดภัยของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญคือการลดผลกระทบที่เกิดกับสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด

ต้นยาสูบสายพันธุ์เวอร์จิเนีย

“หัวใจสำคัญของเราคือ ความยั่งยืนและการให้ความสำคัญกับชาวไร่ยาสูบ มูลค่าในการรับซื้อใบยาสูบ 6 ปี ย้อนหลังของเราอยู่ที่ 5,200 ล้านบาท และในปี 2559 นี้ มูลค่าในการรับซื้อใบยาสูบไทยของเราอยู่ที่ 717 ล้านบาท นอกจากนี้ ฟิลลิป มอร์ริส ได้ร่วมทำงานใกล้ชิดกับผู้จัดหาใบยาสูบและชาวไร่ยาสูบไทย โดยผลสำเร็จของโครงการที่เป็นไฮไลต์ อาทิ การกำจัดบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตรราว 974,000 ชิ้น จากชาวไร่ยาสูบ แนวคิดแปลงเพาะกล้ากึ่งท่วมน้ำ ที่ช่วยลดเวลาทำงานชาวไร่ยาสูบได้ ร้อยละ 23 และการจัดเตรียมกล้าไม้กว่า 60,000 ต้น ให้กับชาวไร่เพื่อปลูกทดแทนไม้ที่ใช้ในโรงเรือนบ่มใบยาสูบ ฯลฯ”  คุณพงศธร กล่าว
ที่มา:http://www.slowlife.company/

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

วุ้นกะทิแฟนซีสร้างรายได้พยาบาลสาวทำเสริมรับหลักหมื่นต่อเดือน

วุ้นกะทิแฟนซีสร้างรายได้พยาบาลสาวทำเสริมรับหลักหมื่นต่อเดือน



พัทลุง - พยาบาลหญิงทำไอศกรีมกะทิแฟนซีสร้างรายได้เสริม (13 ก.พ. ) ผู้รายงานข่าวว่าน. ส ศิริพรคงแก้วหรืออายุพยาบาล 40 ปีเป็นเจ้าหน้าที่การแพทย์ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลปากพะยูนจ. พัทลุงหันมาทำตัวเองให้เหมือนจริงลุงและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างมากในอ หาดใหญ่จ สงขลาจ สงขลาโดยใช้เวลาว่างหลังเลิกงานมีรายได้หลักพันบาทต่อเดือนวุ้นแฟนซีที่น ส ศิริพรทำรูปแบบต่าง ๆ ให้กับลูกค้า แต่ที่ลูกค้านิยมสั่งซื้อมากที่สุดคือดอกเบญจมาศและวุ้นฝอยทองที่นิยมสั่งซื้อของลูกค้าเช่นกันโดยราคาเริ่มต้นที่ 15 บาทขึ้นไปราคา 1,500 บาทขึ้นอยู่กับขนาดและ รูปแบบที่ลูกค้าสั่งทำและช่วงพ ที่ผ่านมามียอดสั่งซื้อทำแฟนซีในรูปแบบดอกไม้ดอกกุหลาบเป็นจำนวนมากเพื่อส่งมอบให้คนรักในช่วงเดือนแห่งความรักและวันนี้ที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้ (14 ก.พ. )



น ส ศิริพรกล่าวว่าตัวเองได้รับการทำวุ้นแฟนซีเมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้วในการทำกิจกรรมวันรวมญาติและต้องทำขนมหวานไปกินกันในหมู่เครือญาติ แต่ต้องไม่ทราบ มาและไม่มีความรู้ในการทำเจลเลย แต่ดูสูตรการทำเจลจากพลาสติกที่ซื้อมาและได้รับลองหลาย ๆ ครั้งก็เปิดดูวิธีการทำเจลลี่ผ่านทางโซเฟียลเก่าและนำ วุ้นที่ทำไปเพื่อแจ หลาย ๆ คนบอกว่าอร่อยเพราะมีคนใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติทุกชนิดเช่นน้ำมะพร้าวน้ำหอมน้ำมะพร้าวสดและหลังจากนั้นก็จะได้เรียนรู้สูตรอาหารจากการขายผ่านทางซ และมียอดสั่งทำมาเรื่อย ๆ จนปัจจุบันสร้างรายได้เสริมหลักหมื่นบาทต่อเดือนน ส ศิริพรกล่าวอีกว่าใครสนใจเข้ามาติดต่อผ่านทางโทรศัพท์หรือโทรหาเบอร์โทรศัพท์ 08-1099-2439 และต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วันก็จะได้วุ้นที่หน้าตาดีรสชาติหอมและอร่อยถูกปากอีกด้วย




ที่มา:https://mgronline.com









ปลูกมะกรูดใน “อู่ซ่อมรถ” อาชีพเสริม เพิ่มรายได้เสริมหลักหมื่นต่อเดือน

ปลูกมะกรูดใน “อู่ซ่อมรถ” อาชีพเสริม เพิ่มรายได้เสริมหลักหมื่นต่อเดือน


สร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำแก่หลายๆ คนมาแล้ว บางคนถึงขนาดตั้งตัวได้ สำหรับ “มะกรูด” พืชในตระกูลส้มเพราะเป็นพืชที่ขายง่าย ตลาดมีความต้องการทุกวัน  ขนาดคุณอุ้ย หรือคุณพิบูลศักดิ์ ละออง เจ้าของสถานตรวจสภาพรถ อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ยังเอ่ยปากชมว่า “มะกรูด” สร้างรายได้ให้ไม่แพ้งานประจำ
คุณอุ้ย ปัจจุบันอายุ 34 ปี เขาเป็นเจ้าของสถานตรวจสภาพรถ อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี พร้อมๆ กับปลูกมะกรูดไปด้วยภายในอู่ซ่อมรถ ซึ่งเขาใช้วิธีปลูกระยะชิด 50X50 ซม. ระยะนี้ปลูกเต็มพื้นที่ 1 ไร่ จะได้ 4,000 ต้น ปัจจุบันปลูกมะกรูด 2 ไร่ ก็ 8,000 ต้น ระยะเวลา 8 เดือน มะกรูดจะโตเต็มวัย จากนั้นทุกๆ 2 เดือนสามารถตัดขายได้ แต่ละรอบ ให้ผลผลิตราว 1 – 1.5 ตัน ด้านราคาขายถ้าแบบมีก้านติด กิโลกรัมละ 7-15 บาท ขายเฉพาะใบล้วนๆ กิโลกรัมละ 40-60 บาท ราคาดังกล่าวปรับขึ้น – ลง ตามฤดูกาล
182
คุณอุ้ย เล่าว่า จุดเริ่มต้นที่หันมาปลูกมะกรูด เพียงอยากจะมีรายได้เสริม แต่มีเงื่อนไข 4 ข้อ คือ 1.ต้องเป็นไม้ยืนต้นที่ไม่ต้องรื้อและปลูกใหม่ 2.ต้องสามารถทำได้บนพื้นที่ 1 ไร่ เพราะเดิมที่ดินมีแค่นี้ 3.ต้องเป็นพืชที่ไม่ถูกบีบเรื่องระยะเวลาการเก็บเกี่ยวและผลผลิตเสียหายง่าย  4.ต้องสามารถทำเองคนเดียวได้ จาก 4 เงื่อนไขดังกล่าวจึงมองว่า “มะกรูด” เป็นพืชที่น่าสนใจ เพราะใช้พื้นที่น้อยการจัดการบริหารพื้นที่ไม่ยุ่งยากมากนัก ถ้ามีการวางระบบการจัดการที่ดี สามารถทำคนเดียวได้ปัจจุบันปลูกมะกรูดได้ 3 ปี กลับกลายเป็นรายได้ที่ทำเงินมากกว่าที่คิดไว้เลย
12549083_480967652087547_4803592683991320804_n
“ก่อนจะปลูกมะกรูด เดิมผมปลูกมะนาวนอกฤดู  เพราะเมื่อปี  55 ได้ไปอบรมเรื่องการปลูกมะนาว ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมะนาวนอกฤดู ราคาดีลูกละ 7-10 บาท แต่ทว่ามะนาวนอกฤดูเก็บได้เพียงปีละครั้ง 1 ไร่ปลูกได้เพียง 100กว่าต้น ผลผลิตได้ไม่ถึง 1,000ลูก แถมมีต้นตายบ้าง หนที่สุดเลยหันมาปลูกมะกรูดทดแทน”
สำหรับเงินลงทุนแรกเริ่ม คุณอุ้ย บอกว่า มะกรูดแปลงแรก ลงทุน 1.2 แสนบาท ปลูกได้ 3,300 ต้น ใช้วิธีขยายพันธุ์แบบกิ่งตอน ต่างจาการเพาะมล็ดเกือบ 2 ปีถึงจะเก็บผลผลิตได้ ระยะเวลา 8 เดือน มะกรูดจะโตเต็มวัย จากนั้นทุกๆ 2 เดือนสามารถตัดขายได้
ด้านตลาด ชายหนุ่ม บอกว่า จะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อ ซึ่งมะกรูดจะตัดขาย 2เดือนครั้ง แต่ละครั้งก็ทำเงินให้หลายหมื่นบาท รายได้นับว่าดีในระดับที่น่าพอใจ
ปัจจุบันการทำเกษตรของคุณอุ้ยเป็นเพียงอาชีพเสริมเท่านั้น เพราะงานหลักเขา คือ  เป็นเจ้าของสถานตรวจสภาพรถและการเข้ามาสวมบทบาทเกษตรกร เขาหาข้อมูลไว้รอบด้าน

14408179_590448681139443_1709753148_o
493
“คนที่คิดจะเข้ามาปลูกมะกรูด ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน ถ้าอยากจะทำเป็นอาชีพจริงจัง ควรไปดูแปลงจากคนที่ประสบความสำเร็จ ถ้าอยากจะทำเป็นอาชีพเสริม ให้ไปดูคนที่เค้าทำเป็นอาชีพเสริม มันจะได้ตรงตามความคาดหวัง ควรเลือกดูจากแปลงที่มีการบริหารจัดการที่ดี จะได้เอาไปปรับใช้กับแปลงตัวเอง ปัญหาและความผิดพลาดน่ะมันมีทุกแปลง แต่อยู่ที่ว่ารู้ปัญหาแล้วทำให้มันดีขึ้นหรือเปล่า ไม่ใช่ผิดพลาดอยู่ตลอด”
12915236_509743062543339_263757301_o
คุณอุ้ย ยกตัวอย่างว่า เคยเจอปัญหาหญ้า เพราะหลังจากที่ปลูกมะกรูดไปแล้ว มีปัญหาเรื่องหญ้า เริ่มแรกใช้ฟาง พอจะคลุมหญ้าได้บ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 เดือน หญ้าเริ่มบางลง ต้องเติมฟางเรื่อยๆ ซึ่งฟางราคาค่อนข้างแพง จึงเปลี่ยนมาเป็นผ้าใช้ผ้าสปันบอน เพราะน้ำซึมผ่านได้ ระบายอากาศได้ ใช้ไปประมาณ 6-7 เดือน ผ้าไม่ทนต่อ UV เมื่อขึ้นเฟส 2 จึงหาทางบริหารจัดการกับเรื่องหญ้าให้ได้ จึงยกร่องให้สูงขึ้นกว่าเดิม เพื่อต้องการจะฉีดยาฆ่าหญ้าได้ในร่อง (ในกรณีที่ต้องการฉีด โดยไม่ให้มีผลกระทบต่อมะกรูด) ปัจจุบันเฟส 2 เรื่องหญ้าแทบไม่มีปัญหาเลย ถ้าไม่อยากให้หญ้าในร่องขึ้นอีก ก็พ่นยาคลุมหญ้าได้ เพราะความสูงของร่องที่ขึ้นไว้สูงกว่ากันถึง 60-70 ซม.เรียกได้ว่าแทบไม่มีผลต่อพืชเลย
ที่มา:https://www.sentangsedtee.com

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562

สาวอินดี้ ปลูกกระบองเพชร แบบเข้าใจวิถี เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้

สาวอินดี้ ปลูกกระบองเพชร แบบเข้าใจวิถี เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้


จากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีความฝืดเคือง หรือเรียกว่ายุคข้าวยากหมากแพง อาจทำให้หลายๆ คนมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกติดขัดในเรื่องของสภาพความคล่องตัวทางการเงินมิใช่น้อย ส่งผลให้เกิดสภาวะหนี้สินมากขึ้น
แต่ในทางกลับกันก็ยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่พยายามมองหาอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้มีมากขึ้นสำหรับพอใช้จ่ายเพื่อให้ตนเองเกิดหนี้สิน แม้จะเป็นเงินเพียงเล็กน้อยอาจไม่มากเท่ากับงานประจำที่ทำ แต่ก็ทำด้วยใจรักจสามารถเป็นงานที่สร้างเงินได้ เหมือนเช่น คุณวรินดา สุวรรณทอง อยู่บ้านเลขที่ 351 ถนนเลียบคลองมอญ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
คุณวรินดา สาวอินดี้ผู้รักความอิสระ เล่าให้ฟังว่า ปัจุบันตัวเธอทำงานเป็นสาวออฟฟิศ แต่มีความชอบในเรื่องของการปลูกต้นกระบองเพชร มาตั้งแต่ ปี 2551 สมัยเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในช่วงนั้นคือ ได้ศึกษาวิธีการปลูกเลี้ยงตามโซเชียลมีเดียต่างๆ
“เหตุที่ปลูกต้นกระบองเพชร เพราะว่าช่วงนั้นซื้อมาเพื่ออยากเอาไว้ถ่ายรูป เพราะดูแล้วมันสวยดี คราวนี้พอดูๆ ไป เห็นว่าเอ้ย! มันก็สวยแปลกกว่าไม้อื่น ก็เลยชอบ แล้วก็ปลูกมาเรื่อยๆ ซื้อตามหลายๆ ที่ เจอสายพันธุ์ไหนก็จะซื้อมาเลี้ยงดู พอมาปลูกเยอะจำนวนมากก็คิดในใจนะ คิดว่ามันน่าจะเลี้ยงง่าย ขึ้นชื่อว่าต้นกระบองเพชรไม่น่าจะยุ่งยาก ทนแล้ง แต่พอมาปลูกจริงๆ นี่มันไม่ใช่อย่างที่คิด ก็มีตายเยอะเหมือนกัน” คุณวรินดา เล่าถึงที่มา
จากความชื่นชอบในครั้งนั้น คุณวรินดา บอกว่า ใช้เวลาศึกษาเกือบ 3 ปี กว่าจะปลูกกระบองเพชรให้ประสบผลสำเร็จแบบเข้าใจนิสัยอย่างแท้จริง เรียกง่ายๆ ว่า สามารถขยายพันธุ์และเลี้ยงดูให้เจริญเติบโตจำหน่ายเป็นเงินแบบเป็นรายได้เสริมได้แบบสบายๆ ตามสไตล์สาวอินดี้อย่างเธอ
Ka-2-728x971
“ตอนมาปลูกหลงคิดไปเองว่า กระบองเพชร น่าจะชอบแดด อยู่กลางแจ้งแบบจัดๆ แต่ที่จริงไม่ใช่ เราต้องทำที่ร่มให้อยู่บ้าง สามารถกันเรื่องน้ำฝนได้ ส่วนเรื่องแสงแดดที่แรงมากก็จะใช้ตาข่ายพรางแสงเข้ามาช่วย เพื่อให้ได้แสงพอดีเท่าที่ควร ซึ่งการดูแลหลักๆ ก็อาจไม่มีอะไรมาก ก็พอต้นไหนเริ่มใหญ่เราก็เปลี่ยนกระถาง ส่วนดินที่ใช้ปลูกก็คิดเอง เรียกว่าไม่มีสูตรที่ตายตัว ดูเองว่าพันธุ์ไหนเหมาะที่จะใช้ดินผสมแบบไหน บางครั้งก็นำความรู้ที่ได้จากการอ่านศึกษามาปรับใช้ด้วย ก็ถือว่าได้ประโยชน์สุดๆ เพราะเดี๋ยวนี้การแก้ปัญหาไม่ยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน” คุณวรินดา อธิบาย
เมื่อต้นกระบองเพชรที่ทำมีจำนวนมากขึ้น คุณวรินดา บอกว่า ก็จะนำต้นที่สวยๆ มาถ่ายรูปลงในอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ส่วนตัวของเธอ ทำให้คนที่พบเห็นเกิดความสนใจและติดต่อขอซื้อ ทำให้เธอมีรายได้เสริมกับการจำหน่ายต้นกระบองเพชรไปด้วยอีกทาง
“การจำหน่าย ก็จะมีพี่ๆ ที่ทำงานที่บริษัทเดียวกันมาถามบ้าง เพื่อนๆ บ้าง ประมาณว่าตอนนี้มีสายพันธุ์ไหนที่แยกหน่อไว้เยอะๆ พอจะมาขอซื้อได้ไหม ก็จะเอาไปจำหน่ายให้เขา ซึ่งราคาก็อยู่ที่ 20 บาท จนถึงราคา 60 บาท ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับขนาดไซซ์และสายพันธุ์ ก็ไม่ได้จำหน่ายราคาแพงมาก ตกเดือนหนึ่งจำหน่ายได้เงินมา 2,000-3,000 ก็ถือว่าคุ้มค่า หรือจำหน่ายได้เดือนเว้นเดือนก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อยก็มีรายได้ที่ทำจากสิ่งที่เรารัก ก็ยังดีกว่าที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะเราทำให้มันเป็นอาชีพเสริม มันก็ใช้พื้นที่ไม่มาก อยู่ในรั้วบ้านเรา ขอให้มีการจัดการที่ดีให้มันสร้างเงิน มันก็เป็นรายได้เสริมมาใช้จ่ายได้” คุณวรินดา กล่าว
สำหรับท่านใด ที่มีความสนใจอยากปลูกต้นกระบองเพชร แต่ปลูกเลี้ยงเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร คุณวรินดา มีคำแนะนำจากประสบการณ์ของเธอว่า
“สิ่งแรกที่จะปลูกแล้วสำเร็จ คือต้องเข้าใจนิสัยของมันก่อน มันต้องการอะไรยังไง เพราะบางต้นมันก็ไม่ชอบแดด เราต้องเข้าใจนิสัยของมันให้หมด ดูอีกด้วยว่าเราชอบจริงไหม จะปลูกมัน รักมันแค่ไหน ไม่ใช่เพราะเห็นเขาปลูกก็ปลูกตามกระแส แล้วเราจะได้เรียนรู้ไปพร้อมกับมัน ในวิถีที่กระบองเพชรเป็น ว่ามันชอบอุณหภูมิแบบไหน สภาพแวดล้อมยังไง แล้วสิ่งที่เราทำด้วยความรัก มันก็จะสร้างเงินให้เราเอง แม้ไม่มากแต่ก็ทำด้วยความสุข เท่านี้ก็ถือว่าสุขใจที่สุดของชีวิตแล้ว” คุณวรินดา กล่าว
ที่มา:https://www.sentangsedtee.com

การเลี้ยงปลากัด งานอดิเรก ขายราคาดี

การเลี้ยงปลากัด งานอดิเรก ขายราคาดี


พี่น้องเอ๊ย… คั่นหว่าปลาเก่งนั่น มีได้อยู่ทุกหม่อง ขั่นแม่นเฮาดู๋หมั่น กะสิได้ปลาเก่งนอนำหมู่เผิ่น พี่น้องเอ๊ย… มาพบมาเจอกันอีกแล้วครับพี่น้อง มื้อนี้อีสานร้อยแปดสิมาเว่าเรื่องการเลี้ยงปลากัด เลี้ยงเป็นงานอดิเรกก็ได้ เลี้ยงขายพันธุ์ก็ราคาดี  ปลากัด จัดเป็นปลาที่สวยงามและเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย  อีกทั้งยังสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรหรือผู้ที่ชื่นชอบ ปลากัดที่นิยมเลี้ยง ได้แก่ ปลากัดหม้อ  ปลากัดจีน โดยปลากัดจีนจะเพาะเลี้ยงเพื่อเป็นปลาสวยงาม และส่งขายเป็นหลัก ส่วนปลากัดหม้อจะเพาะเลี้ยงเพื่อนำมาต่อสู้กัน  การเลี้ยงปลากัดสามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายในประเทศไทยมีมูลค่าปีละ 10 – 15 ล้านบาท ส่วนต่างประเทศที่มีการส่งออกพันธุ์ปลากัดสร้างรายได้กว่า 50 ล้านบาท / ปี
พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลากัด
พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลากัด

พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลากัด

การคัดเลือกพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ควรหาปลาจากแหล่งเพาะพันธุ์ที่เชื่อถือได้ ปลากัดเพศผู้ต้องแข็งแรง สีสวย ไม่เซื่องซึม ชอบสร้างหวอด หรือ พ่นฟองอากาศ ซึ่งบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ทางเพศที่พร้อมผสมพันธุ์ ส่วนปลากัดเพศเมีย ควรเป็นปลาที่แข็งแรง ว่ายน้ำปราดเปรียว บริเวณท้องอวบอูม ใต้ท้องมีตุ่มสีขาวที่เรียกว่า ไข่นำ ที่อยู่ใกล้กับรูก้น
การผสมพันธุ์ปลากัด
การผสมพันธุ์ปลากัด

ภาชนะสำหรับการเลี้ยงปลากัด

ภาชนะสำหรับใช้เลี้ยงปลากัดอาจเป็นขวดโหลขนาดพอเหมาะ หรือตู้กระจกขนาดเล็ก เนื่องจากปลากัดเป็นปลาที่มีนิสัยชอบต่อสู้ จึงควรแยกเลี้ยงเดี่ยวในภาชนะ  แต่หากเป็นปลากัดเพศเมียจะมีนิสัยไม่ดุร้าย และสามารถเลี้ยงรวมกันเป็นจำนวนมากได้
ขวดโหลเลี้ยงปลากัด
ขวดโหลเลี้ยงปลากัด

การให้ออกซิเจนในการเลี้ยงปลากัด

สำหรับปริมาณออกซิเจนที่ใช้เลี้ยงปลากัด จะอยู่ในระดับต่ำ เพราะปลากัดจะหายใจโดยการงับอากาศที่บริเวณผิวน้ำ เพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจน ดังนั้น การเลี้ยงปลากัดจึงไม่ต้องใช้ท่อออกซิเจนในภาชนะเลี้ยงปลา
ขวดเลี้ยงปลากัด
ขวดเลี้ยงปลากัด

ดูแลน้ำเลี้ยงปลากัด

น้ำที่ใช้ในการเลี้ยงปลากัด อุณหภูมิไม่ควรเกิน 30 องศาเซลเซียส และไม่ควรมีอุณหภูมิต่ำเกินไป เป็นน้ำที่สะอาดปราศจากคลอรีน เพราะจะเป็นอันตรายต่อปลากัดได้

เคล็ดลับการเลี้ยงปลากัด

ข้อควรระวัง คือ หากใช้น้ำประปา ควรพักน้ำประปาไว้ 2 วัน เพื่อรอให้คลอรีนระเหย  แต่ไม่ควรใช้น้ำกรองหรือน้ำแร่ เพราะจะ               ทำให้ปลากัดเซื่องซึมและตายได้  ก่อนจะบรรจุน้ำลงไป  ¾  ของภาชนะ และควรถ่ายน้ำ 1 – 2 ครั้ง / สัปดาห์ ซึ่งสามารถ                   เปลี่ยนน้ำทั้งหมด หรือดูดตะกอนและน้ำออกบางส่วน เพื่อรักษาสมดุลของแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อปลากัด แต่ไม่ควรใช้             สารทำความสะอาด เพราะอาจเกิดการตกค้างและเป็นอันตรายต่อปลากัดที่เพาะเลี้ยงได้
เพาะเลี้ยงปลากัด
เพาะเลี้ยงปลากัด

อาหารเลี้ยงสำหรับเลี้ยงปลากัด

ส่วนอาหารที่ใช้เลี้ยงปลากัด จะนิยมเป็นสัตว์น้ำขนาดเล็ก เช่น ไรแดง ไรสีน้ำตาล หนอนแดง ลูกน้ำ แต่ควรนำมาทำความสะอาดในด่างทับทิมประมาณ 0.5 – 1.0 กรัม / ลิตร ประมาณ 20 วินาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ก่อนนำไปเป็นอาหารปลา หรือหากใครไม่สะดวกก็สามารถฝึกให้ปลากัดกินอาหารเม็ดและเนื้อสัตว์ที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆได้  การให้อาหารควรให้วันละ 1 ครั้ง ในปริมาณที่พอเหมาะ หากทำอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ปลากัดก็จะแข็งแรง มีสีสันสวยงามและอยู่ได้นาน
ไรแดง-อาหารปลากัด
ไรแดง-อาหารปลากัด
อีสานร้อยแปดก็มีเคล็ดลับและเทคนิคการเลี้ยงปลากัดมาฝากพี่น้อง นั่นก็คือ ให้ปลากัดได้บริหารร่างกายและมีครีบที่สวยงาม ควรเปิดให้ปลากัดได้พองครีบอย่างน้อยวันละ  2 – 3 ครั้ง จะทำให้หางกระโดง ยืดออกและกางมากขึ้น ไม่ห่อเหี่ยวและยังช่วยให้ปลากัดได้บริหารร่างกายอีกด้วย
ที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นเคล็ด (ไม่) ลับซึ่งสามารถทำได้  สำหรับผู้ใด๋ที่รักปลากัด คราวหน้าอีสานร้อยแปดจะมีเรื่องราวดี ๆ มาบอกต่อให้ได้ฟังกันอีกแน่นอน
ปลากัดสวยงาม
ปลากัดสวยงาม

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

  • การเพาะเลี้ยงปลากัด ศูนย์พัฒนาประมงพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  • ปลากัด กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ประกาศซื้อขายพันธุ์ปลากัด และอุปกรณ์เลี้ยงปลากัด ฟรี ที่อีสานร้อยแปดดอทคอม



วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ขนมไข่อินเตอร์

ขนมไข่อินเตอร์


หลายคนคงจะเคยได้ลองลิ้มชิมรสชาติของเจ้าขนมไข่ที่มีมานานตั้งแต่สมัยของคุณย่าคุณยายมีจะคงความอร่อยหวานมันไว้ได้อย่างไม่เปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่ค่ะ และวันนี้ผู้เขียนยังมีอีกหนึ่งธุรกิจที่จะนำมาเสนอให้กับคุณผู้อ่านหรือนักลงทุนที่สนใจในการลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจการขายมาฝากกันค่ะ จากขนมไข่ขนมที่เรียกกันว่าเป็นขนมโบราณแต่วันนี้ ขนมไข่อินเตอร์ ได้มีการผลิตขนมไข่แนวใหม่ที่มีทั้งความน่ากินและความอินเตอร์แต่ก็ยังคงรูปแบบความอร่อยของขนมไข่ไว้ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งความพิเศษของขนมไข่อินเตอร์นั้นอยู่ตรงที่ความหลากหลายของไส้ที่มีอยู่ในตัวขนมที่มีความอร่อยแตกต่างกันไป ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นขนมไข่แบบธรรมดาไม่มีการสอดไส้ แต่สำหรับร้านนี้เข้ามีการพัฒนาเอาไส้มาใส่เพื่อเพิ่มความอร่อยของขนมนั่นเองค่ะ ซึ่งธุรกิจเป็นธุรกิจที่น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียวค่ะ

ความเป็นมาก่อนจะมาเป็น ขนมไข่อินเตอร์ อย่างทุกวันนี้

จากขนมไข่ธรรมดากลับกลายมาเป็นขนมไข่แบบอินเตอร์นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรกันต้องติดตามแล้วละค่ะ เจ้าของความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่เป็นที่มาของรายได้เป็นกอบเป็นกำนี้คือ คุณน้อง ผู้เป็นเจ้าของสูตรขนมไข่อินเตอร์นี้ได้มีญาติคนหนึ่งที่มีความสามารถในการทำขนมไข่สูตรลับเฉพาะ และด้วยความคิดอันสร้างสรรค์ คุณน้องจึงมีการพัฒนาความคิดและนำไปพัฒนาขนมไข่ธรรมดาให้มีความหอม ความหวานของขนมไข่ที่เพิ่มมากขึ้น และนุ่มมากขึ้น ด้วยการเพิ่มไส้ลงไปซึ่งไส้นั้นก็มีให้เลือกมากมายหลายรสค่ะ ซึ่งเรียกว่าถูกใจบรรดาคนชอบของแปลกที่มีความอร่อยอีกด้วย ซึ่งมีหลายคนที่ชื่นชอบในตัวของขนมไข่อยู่แล้วก็ได้มาลองซื้อเพื่อรับประทาน ซึ่งผลก็คือติดใจกันเป็นแถวๆไปเลย เห็นเป็นการขนมธรรมดาไม่ได้แล้วนะค่ะ เพราะว่าขนมไข่อินเตอร์ที่มากถึง 100 สาขาด้วยกันเลยทีเดียว ซึ่งในหัวข้อต่อไปก็จะพูดถึงเรื่องของเงินลงทุนสำหรับผู้ที่มีความสนใจในธุรกิจนี้ค่ะ

เงินลงทุนกับ ขนมไข่อินเตอร์
ขนมไข่อินเตอร์

สำหรับผู้ที่มีความต้องการหรือสนใจในการลงทุนกับธุรกิจนี้ละก็สามารถลงทุนได้ค่ะ เพียงแค่คุณนั้นมีเงินจำนวนดังต่อไปนี้
1. จำนวนเงิน 14,990 บาท สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพและเขตปริมณฑล
2. จำนวนเงิน 18,990 บาท สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด
ซึ่งผู้ที่ลงทุนนั้นจะได้รับอุปกรณ์ที่ครบชุดและสามารถเริ่มการขายได้ทันทีค่ะ ส่วนระยะเวลาในการคืนทุนนั้นจะต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับทำเลสถานที่ตั้งอีกด้วยว่าตั้งอยู่ในสถานที่ใด เช่น ร้านนั้นตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นทำเลที่ดีมากๆที่หนึ่งเลยค่ะ ซึ่งทำเลแบบนี้อาจจะได้เงินทุนคืนเร็วกว่า 1-2 เดือนตามที่บอกไว้ก็ได้ค่ะ และถ้าหากบวกกับความขยันของเจ้าของแฟรนไชส์ที่มีความขยันมากนั้นก็สามารถที่จะดได้ทุนคืนได้อย่างแน่นอนค่ะ

คุณสมบัติของผู้ขายและสิ่งที่ผู้ขายนั้นจะได้รับจากขนมไข่อินเตอร์

ซึ่งคุณสมบัติของผู้ลงทุนที่ดีนั้นก็ควรจะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1. เป็นบุคคลที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง
2. มีเงินทุนน้อย มองหาการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ
3. ความตั้งใจจริงที่จะทำธุรกิจนี้
ขนมไข่อินเตอร์
4. เป็นคนที่รักงานขายและงานบริการ

สิ่งที่ผู้ขายนั้นจะได้จากแฟรนไชส์ก็มีดังต่อไปนี้

1. สูตรขนมจากทางร้าน
2. อุปกรณ์ในการทำธุรกิจครบชุด เช่น กล่องใส่ขนม ตะแกรง ถาด เป็นต้น
และที่สำคัญธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ขายขาดสามารถนำไปต่อยอดเพิ่มเติมได้ เพราะเป็นการขายขาดไม่มีข้อผูกมัดกันอยู่แล้วไม่มีภาระผูกพันใดๆกันอีก ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่ดีของผู้ขายเองค่ะ สำหรับใครที่คิดว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ใช่สำหรับคุณแล้วสามารถติดต่อได้ที่ คุณน้อง ที่อยู่บางบัวทอง จ.นนทบุรี เบอร์โทรศัพท์ 08-9046-0222 E-mail egg-inter@hotmail.com ผู้เขียนคิดว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจไม่เบาเลยทีเดียว ดังนั้นใครที่มีคุณสมบัติตามที่กล่าวไว้ข้างต้นและมีความสนใจสามารถเข้ามาเป็นสมาชิกร่วมกันกับ ขนมไข่อินเตอร์ ได้นะค่ะ
 ที่มา:http://www.archep.com

บทความที่ได้รับความนิยม