แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สร้างรายได้เสริม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สร้างรายได้เสริม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ห่อหมกสร้างอาชีพ

ห่อหมกสร้างอาชีพ


"ห่อหมกแม่วาว" รสอร่อยแถมสร้างอาชีพ เหมาะสำหรับคนต้นทุนน้อย

หากใครได้มีโอกาส แวะไปทำธุระ หรือ แวะไปช้อบปิ้ง ที่ตลาดเสรีมาเก็ต ถ.พระราม 9  คงจะพบเห็นของกิน และของใช้มากมาย ให้ได้เลือกช้อป เลือกชิม  และสิ่งที่ทำให้ต้องสะดุดตา กับ อาหารพ่วงอาชีพ  นั่นคือ “ห่อหมกแม่วาว” อยู่โซนฟู้ดเซ็นเตอร์
          ที่บอกว่าไม่เหมือนใคร เพราะนอกเหนือจาก วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการทำห่อหมก มีอย่างหลากหลาย ทั้งปลาช่อน ปลากระพง ปลาอินทรีย์ และปลาแซลม่อน  มีทั้งแบบนึ่ง และแบบย่าง กลิ่นหอมติดใบตอง 
 ทั้งนี้ได้มีโอกาสคุยกับ พี่คนขาย เล่าให้ฟังว่า ทางร้านใช้วัตถุอย่างดี เนื้อปลาสดใหม่ รวมถึงเครื่องแกงที่ใช้สมุนไพรที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย และผักที่ใช้รองกับเนื้อห่อหมก จะใช้ใบชะพลู เพราะมีความหอม และมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ในตัว  ไม่ทำให้รสชาติของเครื่องแกงผิดเพี้ยนไป และที่ไม่เลือกใช้ใบยอ เพราะมีรสขม ส่วนกะหล่ำปลี ก็จะทำให้ห่อหมกจืด ไม่ได้รสชาติที่จัดจ้านของเนื้อห่อหมก
          ทั้งนี้ได้มีโอกาสคุยกับ พี่คนขาย เล่าให้ฟังว่า ทางร้านใช้วัตถุอย่างดี เนื้อปลาสดใหม่ รวมถึงเครื่องแกงที่ใช้สมุนไพรที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย และผักที่ใช้รองกับเนื้อห่อหมก จะใช้ใบชะพลู เพราะมีความหอม และมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ในตัว  ไม่ทำให้รสชาติของเครื่องแกงผิดเพี้ยนไป และที่ไม่เลือกใช้ใบยอ เพราะมีรสขม ส่วนกะหล่ำปลี ก็จะทำให้ห่อหมกจืด ไม่ได้รสชาติที่จัดจ้านของเนื้อห่อหมก

         ด้านคุณปานรดา ภูมิศุภนนท์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ห่อหมกแม่วาว  เล่าถึงที่มาที่ไปของ ห่อหมกแม่วาว  ว่า  เริ่มจากการที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ เป็นผู้ชื่นชอบการรับประทานห่อหมก เป็นทุนเดิม  ประกอบกับ ทำธุรกิจเกี่ยวกับสมุนไพร จึงมีความร็เกี่ยวกับสมุนไพรเป็นอย่างดี จึงหารือกับทีมงาน ในการปรับสูตรการทำห่อหมก โดยการนำสมุนไพรที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค เข้ามาเป็นส่วนประกอบของห่อหมก กระทั่งเป็นที่มาของ “ห่อหมกแม่วาว” มีระบบการประกอบด้วยการฟรีซดราย ที่สามารถคงคุณค่าของอาหารไว้ได้อย่างครบถ้วน ผู้บริโภคสามารถซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านได้ เพียงแค่นึ่งด้วยเวลา 15 นาที ก็ได้ห่อหมกที่สุกพร้อมเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ
  นอกจากนี้ ทางเจ้าของผลิตภัณฑ์ ยังเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับ ผู้ที่ต้องการจะเริ่มอาชีพค้าขาย แต่อาจจะมีทุน  แต่ต้องการเริ่มต้นการทำธุรกิจเล็ก   “ห่อหมกแม่วาว” เอง มีเฟรนไชส์ ด้วยราคาเพียง 3900 บาท จะได้รับป้ายร้าน นำไปใช้ในการขายห่อหมกได้  ซึ่งปัจจุบัน มีการขยายสาขาเฟรนไชส์ ไปแล้ว 5 สาขา คือ  ตลาดเสรีมาร์เก็ต ถ.พระราม 9, สาขา ตลาดพระราม 5  ,สาขา เดอะมอลล์บางกะปิ , สาขา ตลาดบางใหญ่  และสาขา ฟู้ดวิลล่า  
          ถ้าหากใครสนใจ สามารถ เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่  Favebook :  maewow ,Line @maewowlover
 ที่มา:https://www.komchadluek.net/


วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

“ ถุงมือผ้ายางพารา” รายได้เสริมใหม่กลุ่มชาวสวนยางระแงะจ. นราธิวาส

“ ถุงมือผ้ายางพารา” รายได้เสริมใหม่กลุ่มชาวสวนยางระแงะ   จ. นราธิวาส




นราธิวาส - สมาชิกกลุ่มสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านป่าไผ่อ. ระแงะจ หารายนราธิวาสได้เสริมจากเนชั่หัวเรื่อง: การผลิตผ้าไหมยางพาราเชื่อว่าได้จะได้รับเพิ่มขึ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดช่วงราคายางหมดการธนาคารวันนี้ (25 ก.พ. ) กลุ่มมูลนิธิสมาชิกเพื่อหัวเรื่อง: การเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเพื่อหัวเรื่อง: การอนุรักษ์ป่าไม้และพืชสวนยางพาราื่หนังสืออ ขายให้แก่กลุ่มเกษตรกรที่ยางพาราได้รับวันละ 12 คู่โดยมีการลดลงของไฟ แต่ยังไม่ได้คุณภาพมากนักนักในการอบแห้งราคาจำหน่ายอยู่ที่คู่ละ 35 บาท




ด้านนายประยงค์จินดาประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางป่าไผ่บอกว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพของผ้าไหมยางและการทดลองทางการตลาดเห็นได้ชัดว่ามีคนให้ความสนใจมากงบประมาณในการซื้อตู้ไอศครีม มีคุณภาพที่เพื่อช่วยในห้างหุ้นส่วนจำกัดหัวเรื่อง: การผลิตเคลือบยางพาราให้มีคุณภาพตามไปด้วยายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วยที่ที่คุณคุณที่คุณนายประยงค์จินดากล่าวอีกว่าได้ได้สวนใหญ่สมาชิกของสหกรณ์จะประกอบคุณอาช พลายางพาราเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมการเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่กำลังจะมาถึง: การแปรรูปคุณน้ำยางให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซื้อยางก้อนถ้วยเพิ่มอีกเพื่อแก้ปัญหาพ่อค้าคนใหญ่ที่เข้ามามากเกษตรกรชาวสวนยาง




ที่มา:https://mgronline.com


วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

10 อาชีพเสริมยอดนิยม สร้างรายได้หลายแสน


10 อาชีพเสริมยอดนิยม สร้างรายได้หลายแสน


เรื่องเงินๆ ทองๆ ถือเป็นหนึ่งเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตคนทำงาน ใครที่กำลังรู้สึกว่าเงินเดือนที่ได้มาทุกวันนี้ยังน้อยไปนิด หรืออยากจะมีเงินเก็บเพิ่มเพื่อให้ใช้ชีวิตได้อุ่นใจขึ้น มีเงินเหลือพอสำหรับใช้จ่ายเพื่อซื้อความสุขเล็กๆ น้อยๆ วันนี้เรามี 10 อาชีพเสริมยอดฮิตที่ช่วยสร้างรายได้แบบง่ายๆ มานำเสนอ
 

NTL-content05-10-(1).jpg
1. ขายของออนไลน์


สมัยนี้ใครๆ ก็ซื้อของออนไลน์ แบรนด์จำนวนมากก็ต้องการตัวแทนจำหน่ายที่จะช่วยให้สินค้าเป็นที่รู้จักและเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น มนุษย์เงินเดือนหลายคนก็เลยหันมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลังเลิกงานกันมากมาย

ข้อดีของการเป็นตัวแทนจำหน่าย แทนที่จะเปิดธุรกิจด้วยตัวเองก็คือ คุณไม่ต้องลงทุนลงแรงกับการปลุกปั้นกิจการมากนัก สามารถนำสินค้าของบริษัทที่เขาสร้างแบรนด์มาดีแล้วมาขายต่อได้เลย ยิ่งทุกวันนี้หลายแบรนด์รับตัวแทนจำหน่ายโดยที่คุณไม่ต้องดูแลสต็อกสินค้าหรือการจัดส่งสินค้ายิ่งดีใหญ่ เพราะไม่ต้องเสียเวลาปวดหัวกับการจัดสต็อก ความเสี่ยงไม่ค่อยสูง ถ้าลองแล้วไม่เวิร์กก็ตัดสินใจหยุดทำได้ โดยที่ไม่ต้องเสียดายเงินลงทุนเหมือนเจ้าของกิจการ

 

NTL-content05-02-(1).jpg
2. ขับรถส่งคน ส่งของ ส่งเอกสาร หรือส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่


อีกหนึ่งวิธีหารายได้เสริมที่ง่ายและเหมาะกับการทำฆ่าเวลาในช่วงหลังเลิกงานหรือวันหยุดเป็นอย่างดีก็คือการขับรถส่งคน ส่งของ ส่งเอกสาร หรือส่งอาหารครับ 

ยิ่งสมัยนี้มีแอปที่ช่วยอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะบริการจัดส่งอะไร ถ้าคุณมีรถมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์ของตัวเองอยู่แล้ว พร้อมกับสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งเครื่อง ก็สามารถสมัครเป็นคนขับรถของ GrabBike GrabCar หรือ GrabFood ได้ โดยที่ไม่มีกำหนดจำนวนชั่วโมงขั้นต่ำหรือช่วงเวลาในการขับ ว่างเมื่อไหร่ก็แค่เปิดแอปขึ้นมาหาค่าขนมได้เลย

 

NTL-content05-03-(1).jpg
3. รับจ้างเขียนบทความ


ในสมัยนี้กระแสออนไลน์บูมขึ้นมาก ส่งผลความต้องการบทความในเว็บไซต์และเพจต่างๆ เพิ่มจำนวนขึ้นเช่นกัน ถ้าหากใครที่รักงานเขียนสามารถที่จะหาเงินจากตรงนี้ได้เช่นกัน โดยส่วนใหญ่แล้วค่าแรงขั้นต่ำจะอยู่ที่ 100 คำ ต่อ 10 บาท สำหรับบทความทั่วไป และถ้าหากว่าเรามีความรู้มากขึ้นจนกระทั่งสามารถเขียนบทความเชิงวิชาการหรือบทความจากภาษาต่างประเทศได้ ค่าจ้างจะเพิ่มกลายเป็นเป็นบทความละ 500 - 1000 บาท เลยทีเดียว

ถ้าหากว่าใครที่สนใจจะมาทางสายนักเขียนอย่าลืมศึกษาเรื่องของ SEO เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่จะใส่ใจในเรื่องนี้

ข้อดีของการเป็นนักเขียน นอกจากเราสามารถทำงานที่บ้านได้แล้ว ถ้าหากว่าเรามีประสบการณ์มากเพียงพอ เราสามารถที่จะพัฒนาจากการเขียนบทความเป็นอาชีพเสริม กลายเป็นนักเขียนเต็มตัว หรืออาจเบนเข็มเป็น Blogger จนมีคนสนใจจ้างงานก็ได้นะ

 

NTL-content05-04-(1).jpg
4. ติวเตอร์สอนพิเศษ


อีกหนึ่งอาชีพที่ฮอตสุดๆ ในบ้านเราก็คือติวเตอร์สอนพิเศษ ถ้าคุณพอจะมีวิชาความรู้ติดตัวอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นวิชาเลข วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ดนตรี ฯลฯ นี่เป็นโอกาสดีที่คุณจะได้ทบทวนวิชา พัฒนาความสามารถในการถ่ายทอดความรู้และการสื่อสาร มาสอนการบ้านและติวสอบให้เด็กๆ แถมได้ค่าขนมไปใช้ด้วย

 

NTL-content05-05-(1).jpg
5. ทำอาหารขาย


หนุ่มสาวออฟฟิศที่ชีวิตเร่งรีบและอาจจะมีตัวเลือกการกินไม่มาก ถ้าเราลองพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส หันมาทำกับข้าวขายตอนเช้าหรือทำเป็นข้าวกล่องมื้อเที่ยงขายเพื่อนในออฟฟิศซะเลย ก็น่าสนใจไม่ใช่เล่น เพราะนอกจากจะสร้างรายได้แล้วเราเองก็จะได้กินอาหารดีๆ ไปด้วย 

ถ้าสังเกตให้ดี อาหารสำหรับชาวออฟฟิศที่ขายดี มักจะเป็นอาหารที่กินง่ายอย่างอาหารจานเดียว และถ้าเป็นอาหารสุขภาพก็จะยิ่งถูกใจคนทำงานยุคนี้ที่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น เมนูยอดฮิตที่เราเห็นกันบ่อยๆ และยังคงขายได้เรื่อยๆ ได้แก่ สลัด ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ข้าวเหนียวหมูทอด แซนวิช เป็นต้น


 

NTL-content05-06-(1).jpg
6. รับรีวิวสินค้า


สำหรับใครที่ชอบเล่นโซเชียลมีเดียเป็นชีวิตจิตใจ รักการเล่าเรื่อง ทั้งผ่านตัวหนังสือและวิดีโอ ลองเขียนบล็อกหรือถ่ายวิดีโอรีวิวสินค้า อาหาร หรือบริการที่คุณไปพบเห็นดูสิ

คุณไม่จำเป็นต้องสวยหล่อก็เป็นนักรีวิวหรือ Influencer ที่มีคนติดตามจำนวนมากได้ ถ้าคุณทำเนื้อหาที่ดี มีประโยชน์ มีความคิดสร้างสรรค์และเอกลักษณ์การเล่าเรื่องที่โดดเด่นน่าสนใจ เชื่อแน่ว่าจะมีสปอนเซอร์เข้ามาเชิญให้รีวิวสินค้าแน่นอน

 

NTL-content05-07-(1).jpg
7. รับจ้างถ่ายภาพ


ใครชอบถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ ก็ลองเปลี่ยนงานอดิเรกมาเป็นงานที่สร้างเงินดูซักตั้ง ลงมือศึกษาเรียนรู้เทคนิคการถ่ายแบบต่างๆ อีกซักหน่อย อย่างน้อยๆ ก็จะได้คุ้มค่ากับค่ากล้องที่ซื้อมายังไงล่ะ

ถ้ายังไม่มีประสบการณ์มากนัก อาจจะเริ่มจากถ่ายญาติพี่น้องก่อน แล้วค่อยเขยิบไปเป็นงานรับปริญญา หรืองานปาร์ตี้ที่ชิลล์ๆ ไม่กดดันมากนัก ถ้าเที่ยวบินเริ่มสูงและมั่นใจมากขึ้นแล้วก็รับงานใหญ่อย่างงานอีเวนต์ งานบวช งานแต่งงานได้เลย


 

NTL-content05-08-(1).jpg
8. ปลูกผักขาย


ปัจจุบันกระแสสุขภาพกำลังมาแรง ผู้บริโภคกลัวเรื่องสารพิษตกค้างในพืชผักกันมากขึ้นและพร้อมจะจ่ายแพงขึ้นอีกนิดเพื่อให้ได้อาหารที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพจริงๆ

ที่ผ่านมามีมนุษย์เงินเดือนหลายคนที่หันมาเอาดีด้านการปลูกผักแบบไร้สารพิษเป็นอาชีพเสริม ทำไปทำมาถึงกับลาออกจากงานประจำมาเปิดฟาร์มจริงจังเลยก็มี ผลผลิตซึ่งใช้พื้นที่ไม่มาก ปลูกง่าย และรายได้ดีก็มีตั้งแต่ผักสลัด พืชผักสวนครัว ไปจนถึงเพาะเห็ด จะขายเองหรือส่งไปฝากขายประจำกับร้านก็ได้ทั้งนั้น

 

NTL-content05-09-(1).jpg
9. ทำงานพาร์ทไทม์ในร้านกาแฟ


ใครทำงานเครียดๆ อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมมาทั้งอาทิตย์ ถ้าหลังเลิกงานหรือช่วงวันหยุดได้มารับงานพาร์ทไทม์ในคาเฟ่หรือร้านอาหาร ก็เป็นความคิดที่ไม่เลว เพราะนอกจากจะได้เปลี่ยนบรรยากาศแล้ว ยังได้ใช้ทักษะการบริการพูดคุยกับลูกค้ามากหน้าหลายตา แถมยังได้ฝึกปรือทักษะการชงกาแฟแบบต่างๆ ด้วย แต่การทำงานจ๊อบเสริมแบบนี้จะมีข้อจำกัดว่า คุณจะต้องบริหารตารางเวลาของตัวเอง และมาทำงานตามช่วงเวลาที่ตกลงกับนายจ้างให้ได้



 

NTL-content05-01-(1).jpg
10. ขายภาพออนไลน์


ในยุคนี้ ไม่ว่าใครที่ทำธุรกิจออนไลน์ก็ต้องการภาพเพื่อใช้ประกอบบนเว็บไซต์หรือแฟนเพจกันทั้งนั้น และในเมื่อรูปภาพเป็นสิ่งที่มีลิขสิทธิ์ จึงเป็นโอกาสในการหารายได้เสริมจากการถ่ายภาพของคนธรรมดาๆ อย่างเรา เพียงแค่มีกล้องหรือสมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพได้ละเอียด กับฝีมือการถ่ายภาพพอประมาณ ไม่ต้องสวยล้ำเหมือนมืออาชีพ ยิ่งถ้ามีความเข้าใจตลาด และพอจะคาดเดาได้ว่าตลาดต้องการภาพแบบไหน ก็จะยิ่งช่วยให้มีโอกาสที่ภาพของคุณจะสร้างรายได้สูงขึ้น

ข้อดีของการถ่ายภาพขายออนไลน์แบบนี้ คือการที่มันเป็นรายได้แบบ Passive Income ลงมือถ่ายภาพแค่ครั้งเดียว ก็สามารถสร้างรายได้จากลิขสิทธิ์เข้ามาได้เรื่อยๆ ส่วนวิธีการขายภาพก็เพียงแค่เข้าไปลงทะเบียนและส่งภาพไปขายผ่านเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการขายภาพ ซึ่งมีอยู่หลายเว็บด้วยกัน เช่น ShutterstockiStockphotoFotoliaDepositPhotosBigStockDreamstime เป็นต้น โดยสำหรับเว็บที่เป็นเจ้าใหญ่อย่าง iStockphoto และ Shutterstock นั้นคุณจะต้องส่งตัวอย่างภาพไปให้เขาพิจารณาตามมาตรฐานของเว็บก่อน จึงจะเริ่มขายได้นะ

เป็นไงบ้างครับ 10 อาชีพเสริมมีอาชีพไหนที่ถูกใจบ้างหรือเปล่า และสำหรับท่านที่ต้องการแหล่งเงินทุนสำหรับการเริ่มต้นทำอาชีพเสริม เงินติดล้อมีบริการรถแลกเงินคอยให้บริการทุกท่าน สามารถดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์นี้ https://www.ngerntidlor.com/th/autoloan.html หรือติดต่อเราที่เบอร์โทรศัพท์ 088-088-0880 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ที่มาhttps://www.ngerntidlor.com:

วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

เกษตรกรพัทลุงโค่นต้นยางปลูกหม่อนสดขาย

เกษตรกรพัทลุงโค่นต้นยางปลูกหม่อนสดขาย


เกษตรกร จ.พัทลุง ตัดสินใจโค่นยางพาราทิ้ง หันปลูกหม่อนสดขาย สร้างรายได้เสริม
เกษตรกรชาวสวนยางพัทลุง ตัดสินใจตัดต้นยางพาราทิ้งในเนื้อที่ 2 ไร่ ทดลองปลูกต้นหม่อนสด ซึ่งได้รับสนับสนุนต้นพันธุ์จากศูนย์วิจัยหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ ฯ มีสรรพคุณทางยาสูง และอุดมด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ สร้างรายได้งดงามโดย ลุงจารึก สุวรรณอักโข อายุ 66 ปี เกษตรกร พื้นที่ ม.7 ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง นำต้นหม่อนสดหรือต้นมัลเบอร์รี พันธุ์เชียงใหม่ 60 ซึ่งได้รับการสนับสนุนต้นพันธุ์ 300 ต้น จากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ จ.นราธิวาส เมื่อปี 2557 มาปลูกเป็นแห่งแรกในจังหวัดพัทลุง บนเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ ใช้เวลาปลูกเพียง 6 เดือน สามารถให้ผลผลิตจนถึงปัจจุบัน

ลุงจารึก เล่าว่า ต้นมัลเบอร์รีจะออกดอกและมีลูกสีเขียวอ่อน ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้ม สีแดง และสีม่วง - แดง ภายในเวลา 2 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตรับประทานผลสด ซึ่งลูกหม่อนสดหรือลูกมัลเบอร์รีจะมีรสชาติหวาน มีสรรพคุณทางยาสูง มีวิตามินซี และอุดมด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ หลายชนิด เหมาะสำหรับปลูกทั้งในที่โล่งแจ้งและในกระถางริมรั้วบ้าน ประหยัดเนื้อที่ โตเร็ว และสามารถปลูกเป็นไม้ประดับที่มีคุณประโยชน์สูง รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย ผลผลิตมัลเบอร์รีที่เก็บวันเว้นวัน ส่งขายราคากิโลกรัมละ 150-200 บาท วันหนึ่งสามารถเก็บได้ไม่ต่ำกว่า 20-30 กิโลกรัม โดยตลาดส่วนใหญ่จะส่งขายในพื้นที่ แต่ละเดือน สามารถสร้างรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่าง

อัลบั้มภาพ 8 ภาพ ของ เกษตรกรพัทลุงโค่นต้นยางปลูกหม่อนส

“แฟรนไชส์ขนมครกสิงคโปร์” เจ้าแรกของไทย ปรับใหญ่รับเทรนด์สุขภาพ

“แฟรนไชส์ขนมครกสิงคโปร์” เจ้าแรกของไทย ปรับใหญ่รับเทรนด์สุขภาพ



เจ้าของแบรนด์ “ท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์” พลิกโฉมขนมไทยรูปแบบใหม่รับเทรนด์สุขภาพ ด้วยขนมครกสิงคโปร์สูตรวีแกน (Vegan) 100% ในราคาสบายๆ กล่องละ 40 บาท พร้อมตั้งเป้าขายแฟรนไชส์สไตล์แคะเพลินเงินล้นมือ มากกว่า 10 สาขา ภายในปี 2562

หลังจากขนมไทยภายใต้แบรนด์ “ท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์” ที่เปิดให้คนไทยได้ลิ้มรสสัมผัสขนมครกสิงคโปร์ กว่า 10 รสชาติที่แสนอร่อยมา 7 เดือนแล้ว ที่ซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 23 แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ลูกค้าอย่างเดียวที่ตอบรับกับขนมครกสิงคโปร์ทุกรสชาติ แต่กลับมีผู้สนใจติดต่อเข้ามาขอซื้อแฟรนไชส์กันอย่างล้นหลาม ทำให้ยอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือว่าประสบความสำเร็จในช่วง 5 เดือนแรกเลยทีเดียว
>> “หยอด-แคะ-รับตังค์” แฟรนไชส์ขนมครกเพื่อคนขี้เกียจ
ล่าสุดคุณใบพัด-อธิษฐ์พัชร นิพิษฐาภัทร เจ้าของแบรนด์ ท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์ ได้ต่อยอดขนมไทยด้วยการพัฒนาสูตร ครกสิงคโปร์เพื่อสุขภาพ หรือเรียกกันติดปากว่า Vegan (วีแกน) Sanook! Money จึงไม่พลาดที่จะอัพเดทเรื่องราวดีๆ มาฝากกัน
ท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์ เปิดขายไม่ถึงปี สร้างยอดขายเดือนละแสน
คุณใบพัด-อธิษฐ์พัชร นิพิษฐาภัทร เจ้าของแบรนด์ ท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์ กล่าวว่า หลังจากที่ขายขนมครกสิงคโปร์ในช่วง 5 เดือนแรก มียอดขายเพิ่มขึ้น 20% อยู่ที่ราว 50,000 – 100,000 บาทต่อเดือน ซึ่งยอดขายดังกล่าวมาจากการซื้อทั้งหน้าร้าน, Line Man และงานอีเว้นท์ต่างๆ โดยมีทั้งลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
ปัจจุบัน ทางแบรนด์ได้ลงทุนแตกไลน์ขนมครกสิงคโปร์สูตรวีแกน (Vegan) เพื่อเจาะตลาดสุขภาพในไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายในฐานะผู้ประกอบการขนาดย่อม
baipad
ผุดไอเดีย ขนมครกสิงคโปร์สูตรวีแกน (Vegan) จากเสียงเรียกร้องของลูกค้า
คุณใบพัด เล่าถึงแรงบันดาลใจของขนมครกสิงคโปร์เพื่อสุขภาพนั้น มาจากความต้องการของกลุ่มลูกค้าประจำ รวมถึงกลุ่มคนรักสุขภาพที่อยู่ในช่วง 25-40 ปี ถามหาขนมครกสิงคโปร์สูตรหวานน้อย เพราะกลุ่มลูกค้าจะกังวลถึงน้ำหนัก หากรับประทานในปริมาณมาก ประกอบกับหลายคนแนะนำให้ลองทำขนมไทยเพื่อสุขภาพ  จึงตัดสินใจไปหานักโภชนาการมาเป็นที่ปรึกษา คอยปรับปรุงวัตถุดิบใหม่ทั้งหมด จากสูตรเดิมที่ใช้ น้ำตาล ไข่ กะทิ แป้ง เปลี่ยนมาตัดส่วนผสม อย่าง ไข่ ออกไป ส่วนแป้ง และกะทิ สั่งผลิตวัตถุดิบจากโรงงานที่มีการรับรองมาตรฐาน Halal, GMP และ HACCP และน้ำตาลที่ใช้จะเป็นของที่มีคุณภาพสูง ผสมรวมกับวัตถุดิบอื่นๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสม ตามสูตรที่นักโภชนาการได้คํานวนทั้งสัดส่วนไว้ โดยขนมครกสิงคโปร์ 1 คำจะต้องมีเนื้อสัมผัสทั้ง กรอบ หวานน้อย เพื่อให้ขนมครกสิงคโปร์สูตรวีแกน (Vegan) ได้มาตรฐาน มีรสชาติเนื้อสัมผัสที่อร่อย และมีคุณค่าทางโภชนาการ ตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ คุณใบพัด มองว่า เมื่อขนมครกสิงคโปร์เข้าสู่กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานจะขจัดปัญหาเรื่องการจัดส่งและการเก็บรักษาวัตถุดิบได้เป็นอย่างดี เพราะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกมากขึ้น และเตรียมที่จะจดทะเบียน Halal ในเร็วๆ
“ขนมสูตรวีแกน (Vegan) ทำได้ยากกว่าขนมสูตรทั่วไป เพราะต้องมีการลงทุน อีกทั้งรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ที่สำคัญ ตัวขนมไทยจะต้องมีคุณค่าทางโภชนาการและได้มาตรฐานอีกด้วย ถึงจะการันตีได้ว่าเป็นขนมไทยเพื่อสุขภาพ 100% อย่างแท้จริง” ใบพัด กล่าว
dsc04838
“หวานน้อย กรอบนอก นุ่มใน”  เคล็ดลับความอร่อยของขนมครกสิงคโปร์เพื่อสุขภาพ
คุณใบพัด กล่าวว่า ทางแบรนด์ได้เริ่มทดลองขนมครกสิงคโปร์เพื่อสุขภาพเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จากนั้นก็ได้สูตรขนมครกสิงคโปร์ที่ลงตัวนั่นก็คือ หวานน้อย กรอบนอก นุ่มใน และเริ่มขายในเดือนตุลาคมในปีเดียวกัน ซึ่งลูกค้าให้การตอบรับมากกว่าเดิม เนื่องจากมีการปรับขนมให้ดูมีสีสันและแปลกตามากขึ้น ที่สำคัญยังเป็นการแชร์ความรู้เรื่องสุขภาพให้กับลูกค้าอีกด้วย ปัจจุบันทางแบรนด์มีขนมครกสิงคโปร์ทั้งหมด 6 รสชาติ ได้แก่ ใบเตย, มะพร้าว, ชาเขียว, มันม่วง, ช็อกโกแลต และชาไทย ส่วนรสเดิมที่มีความหวานอย่าง สตอร์เบอร์รี่ ถูกตัดออกไป อีกทั้งยังมีการเพิ่มเนื้อสัมผัสของขนมด้วยหน้าต่างๆ ซึ่งมีมากกว่า 10 ชนิด ได้แก่ เมล็ดแฟลกซ์ (Flax seed), อัลมอนด์, ข้าวโอ๊ต, ถั่วแดง, ถั่วทอง, งาดำ, แปะก๊วย, ข้าวโพด, ลูกเกด, ข้าวบาเลย์, เผือก, มันม่วง,ข้าวเหนียวดำ, ลูกเดือย, กราโนล่า และข้าวเหนียวมะม่วง เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเสริมให้ขนมครกสิงคโปร์มีรสชาติที่อร่อยลงตัวพอดี
ซึ่งต่อไปลูกค้าจะสามารถเลือกผสมหน้า Topping ในขนมครกสิงคโปร์ต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ส่วนราคาขายยังเท่าเดิม นั่นคือ กล่องละ 40 บาท แต่เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าได้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น
“หัวใจหลักของการพัฒนาขนมครกสิงคโปร์สูตรวีแกน (Vegan) คือไม่หวาน ไม่มีไขมันทรานส์ และต้องอร่อย” ใบพัด กล่าว
dsc05873
นอกจากนี้ ยังมีขนมครกสิงคโปร์หน้า ณ หน้าทอง โดยใช้ทองคำบริสุทธ์ใช้ทองคำแท้บริสุทธิ์ 100% (Food grade) ในการเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ไทย และความสวยงาม  จึงสามารถรับประทานได้ การเลือกใช้ทองคำบริสุทธิ์ จะไม่มีปฏิกิริยากับสารเคมีใดๆหรือต่อเซลของร่างกายเมื่อเข้าสู่ร่างกาย จึงไม่ก่อให้เกิดอันตราย แถมทองคำยังเอามาพอกหน้าเพิ่มความงามได้อีกด้วย
“ท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์” เนื้อหอม โดนรุมจีบทั้งไทยและเทศ
คุณใบพัด เล่าว่า ทางแบรนด์ได้รับการการติดต่อจากผู้ที่สนใจซื้อแฟรนไชส์ 3 กลุ่มใหญ่  ได้แก่ ตลาดนัดกลางคืน หรือถนนคนเดิน เนื่องจากมีจำนวนผู้คนพลุกพล่าน, ปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ ที่มียอดคนใช้บริการ 1,000 คนต่อวัน เช่น ปั๊มน้ำมันที่จังหวัดชลบุรี และสุพรรณบุรี เป็นต้น ซึ่งเป็นศูนย์การค้าขนาดย่อมของคนขับรถ และห้างสรรพสินค้า เป็นต้น
ขณะที่ตลาดในต่างประเทศก็มี อังกฤษ, ฟิลิปปินส์, สหรัฐอเมริกา และกัมพูชา ติดต่อเข้ามาขอซื้อแฟรนไชส์ด้วยเช่นกัน
dsc04949
ทางแบรนด์ฯ มองหาพันธมิตรทางธุรกิจมากกว่าการขายทิ้ง
ส่วนความคืบหน้าการขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจและติดต่อเข้ามานั้น คุณใบพัด ระบุว่า ทางแบรนด์ได้นำร่องแฟรนไชส์สาขาแรกที่ ไอคอนสยาม (ICONSIAM) จากนั้นภายในปี 2562 จะขายแฟรนไชส์โดยกำหนดโควต้าไว้ 20 สาขา เนื่องจากว่าทางแบรนด์จะเน้นพันธมิตรทางธุรกิจมากกว่าปริมาณแฟรนไชส์ ซึ่งจะมีการแบ่งเป็นโซนตามหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดเป็นหลักก่อน โดยเบื้องต้นจะมองหาคนที่อยู่ในท้องถิ่นนั้น เพราะมีความรู้เรื่องประชากรศาสตร์เป็นอย่างดี
ภายในปี 2562 แบรนด์ ท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์ จะมีต้นแบบสาขา 3 แห่ง ซึ่งเป็นที่มาของแบรนด์ ท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์ ได้แก่ ท่าช้าง, ท่ามหาราช และท่าพระจันทร์ เพื่อจับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้มากขึ้น
สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะมาซื้อแฟรนไชส์ ทางแบรนด์จะพิจารณา 3 ส่วนด้วยกัน คือ เรื่อง Passion ในการทำธุรกิจ , ทำเลที่ตั้งของแฟรนไชส์ และระยะความห่างของแฟรนไชส์ในแต่ละสาขา เป็นต้น โดยจะมีการสอบสัมภาษณ์ เพื่อพิจารณาทั้งความพร้อมในการทำธุรกิจ ให้ตรงกับคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ “อร่อย สนุก สบาย” โดยคำนึงถึงเรื่องการบริการ (Service), คุณภาพ (Quality) และสะอาด (Clean) อีกด้วย ส่วนค่าแฟรนไชส์อยู่ที่ประมาณ 30,000++ บาท
“สิ่งที่เราทำขายไม่ได้ทำร้ายคนกิน เรามีความสุขที่ได้นำเทรนด์ขนมไทยให้มาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น” ใบพัด กล่าว
dsc04931
อย่างไรก็ตาม คุณใบพัด ระบุว่า ตลาดสุขภาพมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ราวหมื่นล้านบาท ซึ่งการที่ Street food จะเข้ามาจับตลาดสุขภาพนั้นสามารถทำได้ หากรู้จักปรับตัวให้ รู้จักนำเทรนด์ และพัฒนาแบรนด์อย่างไม่หยุดยั้ง ก็จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ของตนเองได้อย่างยั่งยืน แม้ ท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์ จะเป็นแบรนด์ขนาดเล็กแต่ก็อยากจะเป็นต้นแบบให้กับ Street food ได้เห็นเป็นแบบอย่าง ในการสร้างแบรนด์ พัฒนาสินค้า ว่าสามารถเติบโตได้จริง และในอนาคตทางแบรนด์ฯ มีแผนที่จะพัฒนาสินค้าเป็น “ขนมครกอบแห้ง” เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกด้วยนะ
ที่มาhttps://www.sanook.com:


วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562

สาวอินดี้ ปลูกกระบองเพชร แบบเข้าใจวิถี เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้

สาวอินดี้ ปลูกกระบองเพชร แบบเข้าใจวิถี เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้


จากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีความฝืดเคือง หรือเรียกว่ายุคข้าวยากหมากแพง อาจทำให้หลายๆ คนมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกติดขัดในเรื่องของสภาพความคล่องตัวทางการเงินมิใช่น้อย ส่งผลให้เกิดสภาวะหนี้สินมากขึ้น
แต่ในทางกลับกันก็ยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่พยายามมองหาอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้มีมากขึ้นสำหรับพอใช้จ่ายเพื่อให้ตนเองเกิดหนี้สิน แม้จะเป็นเงินเพียงเล็กน้อยอาจไม่มากเท่ากับงานประจำที่ทำ แต่ก็ทำด้วยใจรักจสามารถเป็นงานที่สร้างเงินได้ เหมือนเช่น คุณวรินดา สุวรรณทอง อยู่บ้านเลขที่ 351 ถนนเลียบคลองมอญ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
คุณวรินดา สาวอินดี้ผู้รักความอิสระ เล่าให้ฟังว่า ปัจุบันตัวเธอทำงานเป็นสาวออฟฟิศ แต่มีความชอบในเรื่องของการปลูกต้นกระบองเพชร มาตั้งแต่ ปี 2551 สมัยเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในช่วงนั้นคือ ได้ศึกษาวิธีการปลูกเลี้ยงตามโซเชียลมีเดียต่างๆ
“เหตุที่ปลูกต้นกระบองเพชร เพราะว่าช่วงนั้นซื้อมาเพื่ออยากเอาไว้ถ่ายรูป เพราะดูแล้วมันสวยดี คราวนี้พอดูๆ ไป เห็นว่าเอ้ย! มันก็สวยแปลกกว่าไม้อื่น ก็เลยชอบ แล้วก็ปลูกมาเรื่อยๆ ซื้อตามหลายๆ ที่ เจอสายพันธุ์ไหนก็จะซื้อมาเลี้ยงดู พอมาปลูกเยอะจำนวนมากก็คิดในใจนะ คิดว่ามันน่าจะเลี้ยงง่าย ขึ้นชื่อว่าต้นกระบองเพชรไม่น่าจะยุ่งยาก ทนแล้ง แต่พอมาปลูกจริงๆ นี่มันไม่ใช่อย่างที่คิด ก็มีตายเยอะเหมือนกัน” คุณวรินดา เล่าถึงที่มา
จากความชื่นชอบในครั้งนั้น คุณวรินดา บอกว่า ใช้เวลาศึกษาเกือบ 3 ปี กว่าจะปลูกกระบองเพชรให้ประสบผลสำเร็จแบบเข้าใจนิสัยอย่างแท้จริง เรียกง่ายๆ ว่า สามารถขยายพันธุ์และเลี้ยงดูให้เจริญเติบโตจำหน่ายเป็นเงินแบบเป็นรายได้เสริมได้แบบสบายๆ ตามสไตล์สาวอินดี้อย่างเธอ
Ka-2-728x971
“ตอนมาปลูกหลงคิดไปเองว่า กระบองเพชร น่าจะชอบแดด อยู่กลางแจ้งแบบจัดๆ แต่ที่จริงไม่ใช่ เราต้องทำที่ร่มให้อยู่บ้าง สามารถกันเรื่องน้ำฝนได้ ส่วนเรื่องแสงแดดที่แรงมากก็จะใช้ตาข่ายพรางแสงเข้ามาช่วย เพื่อให้ได้แสงพอดีเท่าที่ควร ซึ่งการดูแลหลักๆ ก็อาจไม่มีอะไรมาก ก็พอต้นไหนเริ่มใหญ่เราก็เปลี่ยนกระถาง ส่วนดินที่ใช้ปลูกก็คิดเอง เรียกว่าไม่มีสูตรที่ตายตัว ดูเองว่าพันธุ์ไหนเหมาะที่จะใช้ดินผสมแบบไหน บางครั้งก็นำความรู้ที่ได้จากการอ่านศึกษามาปรับใช้ด้วย ก็ถือว่าได้ประโยชน์สุดๆ เพราะเดี๋ยวนี้การแก้ปัญหาไม่ยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน” คุณวรินดา อธิบาย
เมื่อต้นกระบองเพชรที่ทำมีจำนวนมากขึ้น คุณวรินดา บอกว่า ก็จะนำต้นที่สวยๆ มาถ่ายรูปลงในอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ส่วนตัวของเธอ ทำให้คนที่พบเห็นเกิดความสนใจและติดต่อขอซื้อ ทำให้เธอมีรายได้เสริมกับการจำหน่ายต้นกระบองเพชรไปด้วยอีกทาง
“การจำหน่าย ก็จะมีพี่ๆ ที่ทำงานที่บริษัทเดียวกันมาถามบ้าง เพื่อนๆ บ้าง ประมาณว่าตอนนี้มีสายพันธุ์ไหนที่แยกหน่อไว้เยอะๆ พอจะมาขอซื้อได้ไหม ก็จะเอาไปจำหน่ายให้เขา ซึ่งราคาก็อยู่ที่ 20 บาท จนถึงราคา 60 บาท ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับขนาดไซซ์และสายพันธุ์ ก็ไม่ได้จำหน่ายราคาแพงมาก ตกเดือนหนึ่งจำหน่ายได้เงินมา 2,000-3,000 ก็ถือว่าคุ้มค่า หรือจำหน่ายได้เดือนเว้นเดือนก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อยก็มีรายได้ที่ทำจากสิ่งที่เรารัก ก็ยังดีกว่าที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะเราทำให้มันเป็นอาชีพเสริม มันก็ใช้พื้นที่ไม่มาก อยู่ในรั้วบ้านเรา ขอให้มีการจัดการที่ดีให้มันสร้างเงิน มันก็เป็นรายได้เสริมมาใช้จ่ายได้” คุณวรินดา กล่าว
สำหรับท่านใด ที่มีความสนใจอยากปลูกต้นกระบองเพชร แต่ปลูกเลี้ยงเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร คุณวรินดา มีคำแนะนำจากประสบการณ์ของเธอว่า
“สิ่งแรกที่จะปลูกแล้วสำเร็จ คือต้องเข้าใจนิสัยของมันก่อน มันต้องการอะไรยังไง เพราะบางต้นมันก็ไม่ชอบแดด เราต้องเข้าใจนิสัยของมันให้หมด ดูอีกด้วยว่าเราชอบจริงไหม จะปลูกมัน รักมันแค่ไหน ไม่ใช่เพราะเห็นเขาปลูกก็ปลูกตามกระแส แล้วเราจะได้เรียนรู้ไปพร้อมกับมัน ในวิถีที่กระบองเพชรเป็น ว่ามันชอบอุณหภูมิแบบไหน สภาพแวดล้อมยังไง แล้วสิ่งที่เราทำด้วยความรัก มันก็จะสร้างเงินให้เราเอง แม้ไม่มากแต่ก็ทำด้วยความสุข เท่านี้ก็ถือว่าสุขใจที่สุดของชีวิตแล้ว” คุณวรินดา กล่าว
ที่มา:https://www.sentangsedtee.com

วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562

เลี้ยงปลาซิวในบ่อพลาสติกทำรายได้ดี อาชีพเสริมที่น่าสนใจมาก

เลี้ยงปลาซิวในบ่อพลาสติกทำรายได้ดี อาชีพเสริมที่น่าสนใจมาก



เลี้ยงปลาซิวในบ่อพลาสติกทำรายได้ดี อาชีพเสริมที่น่าสนใจมาก

นายบุญชิต สมัตถะ ประธานศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน บ้านท่าแจ้ง ตำบลหนองแวง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ เชี่ยวชาญการทำเกษตรผสมผสานเน้นเกษตรอินทรีย์พึ่งพาตนเอง เปิดศูนย์เรียนรู้ให้เกษตรกรเข้ามาอบรมหาความรู้ด้านการเกษตรสามารถนำไปใช้ ในชีวิตประจำวันได้ วันนี้จะแนะนำวิธีการเลี้ยงปลาซิวเพื่อเป็นอาหารหรือรายได้เสริม ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน


ขั้นตอนการเลี้ยงปลาซิว

1.เตรียมบ่อเลี้ยงขนาดบ่อ 2×4 เมตร ลึก 1 เมตร (เป็นบ่อปูนหรือบ่อพลาสติกก็ได้)
2.หลังจากเตรียมบ่อแล้วให้ทำการเปิดน้ำเข้าบ่อสูง 80 เซนติเมตร และนำท่อนกล้วยลงแช่ในบ่อเพื่อดูดซับกลิ่นปูนและกลิ่นเคมีจากพลาสติก แช่นาน 1 สัปดาห์
3.นำปลาซิวลงบ่อเลี้ยงประมาณ 10 กิโลกรัม
4.อาหารให้รำอ่อน วันละ 1 ครั้ง
5.ระบบการถ่ายน้ำให้ทำการถ่ายน้ำโดยการเปิดก๊อก น้ำใส่บ่อและทำตัวจุกระบายน้ำออกจากบ่อที่ก้นบ่อด้วย และนำมุ้งเขียวกันไว้ไม่ให้ปลาหลุดออกจากบ่อตามท่อระบายน้ำ (ให้ทำการถ่ายน้ำปีละ 1 ครั้ง)
6.ปรับปรุงสภาพน้ำโดยใส่น้ำหมักฮอร์โมนแม่ ½ ลิตร ต่อ เดือน
7.อาหารเสริมสามารถนำปลวกมาสับให้ละเอียดเพื่อนำ ไปเป็นอาหารเสริมเพิ่มโปรตีนให้ปลาซิวได้ เลี้ยงไว้ 2-3 เดือนสามารถจับขายหรือกินได้ การจำหน่ายราคากิโลกรัมละ 100 บาทสูตรน้ำหมักฮอร์โมนแม่




ส่วนผสม
1.ยอดผักบุ้ง หน่อกล้วย หน่อไม้ รวมกัน 10 กก.
2.กากน้ำตาล 10 ลิตร
3.ฟอสเฟต 10 กก.
4.รำละเอียด 2.5 กก.
5. เกลือ 2 ขีด
6.หัวเชื้อ 1 ลิตร ((กากน้ำตาล 4 ลิตร +สารเร่งพด2.1 ซอง+น้ำ 200 ลิตร ผสมกัน)
7. น้ำ 70 ลิตร

วิธีการทำ
1.นำผักมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ
2.นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 15 วัน สามารถนำไปใช้ได้

การนำไปใช้
ฉีดพ่นหรือราดลงดิน เพื่อบำรุงพืชผักสวนครัว พืชสวน พืชไร่ ไม้ผลทุกชนิด เพื่อเพิ่มเติมความเขียวงาม เป็นอาหารเสริม และทำให้ลำต้นแข็งแรง และช่วยบำบัดน้ำเสียปรับสภาพน้ำ

ที่มา : http://www.chit-in.com

บทความที่ได้รับความนิยม