วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เปลี่ยน “กะลามะพร้าว” ธรรมดาๆให้เป็นเงินได้ด้วย “โมบายกะลามะพร้าว”


เปลี่ยน “กะลามะพร้าว” ธรรมดาๆให้เป็นเงินได้ด้วย “โมบายกะลามะพร้าว”



ถ้าใครได้มีโอกาสไปเที่ยวเกาะสมุย คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ไม่เคยเห็นคนถือโมบายรูปสัตว์ต่างๆ ที่ทำจากกะลามะพร้าว เร่ขายฝรั่งตามชายหาด หรือตามร้านขายของที่ระลึกต่างๆ หรือประดับตกแต่งตามโรงแรมบางแห่ง จากการสอบถามราคาพบว่า ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 200 บาท ขึ้นไป ถ้าซื้อหลายอันคนขายก็ลดให้ แต่ใครจะรู้บ้างว่า กว่าจะทำได้สักอัน ต้องอาศัยความพยายาม ความคิดสร้างสรรค์ และความพิถีพิถันกันพอสมควร

โมบายกะลา


ลักษณะอาชีพ

โมบายรูปสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นก ไก่ ดอกไม้ แมลงปอ ผีเสื้อ ปลา ฯลฯ ล้วนทำมาจากกะลามะพร้าว และวัสดุธรรมชาติ พืชผลไม้จากท้องถิ่น หรือแม้แต่ขนจากไก่หรือเป็ด ซึ่งแล้วแต่จะหามาได้ ได้ถูกนำมาประกอบเป็นโมบาย จุดเด่นอยู่ที่ เมื่อมีลมพัดมา หางของนก หรือสัตว์ต่างๆ จะหมุนตามแรงลมทำให้รู้สึกเหมือนโมบายมีชีวิต ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากชาวต่างชาติ โดยเฉพาะถ้าหากครอบครัวนั้นมีเด็กๆ ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ขายได้หลายอัน และเมื่อแขวนหลายๆ อัน ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือน มีเหล่าสัตว์ปีกและแมลงบินอยู่รอบๆ ตัว  จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาเป็นอาชีพเสริม สำหรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในงานแกะสลัก และงานฝีมือในการทำโมลายจากกะลามะพร้าวนี้

เงินลงทุน

ต้นทุนประมาณ 4000 บาท ขึ้นไป
โมบายกะลามะพร้าว

วัสดุอุปกรณ์

วัสดุอุปกรณ์ : เครื่องขัดหินเจียร ตะไบหยาบ สว่านมือ ค้อน กระดาษทรายเบอร์ต่างๆ คันเลื่อยฉลุ ใบเลื่อยฉลุ ไขควง กาวลาเท็กซ์หรือกาวตราช้างหรือกาวร้อน แลคเกอร์ พู่กันเบอร์ใหญ่ เทียนไข ขี้ไต้ ไม้สนนอกหรือตะปู

รายได้

ราคาขายตั้งแต่อันละ 200 บาท ขึ้นไปแล้วแต่แบบ (ต้นทุนต่ออันประมาณ 100 บาท)

แหล่งจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์

วัสดุอุปกรณ์อื่นๆ – ร้านจำหน่ายเครื่องมือช่างไม้ทั่วไม้
กะลามะพร้าว – สวนมะพร้าว โรงงานสกัดน้ำมันมะพร้าว
โมบายกะลา

ขั้นตอนการทำ

  1. การเตรียมกะลามะพร้าวทำได้โดยปอกเปลือกมะพร้าวออก และเจาะเอาน้ำมะพร้าวออกให้หมด จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน ให้เนื้อด้านในล่อน แล้วจึงใช้มีดแคะเนื้อมะพร้าวสีขาวออกมา การเลือกกะลาที่เหมาะจะนำมาใช้งานนั้น ให้เลือกใช้กะลาที่มีความหนาพอสมควร ไม่หนาหรือบางจนเกินไป มีความโค้งไม่มาก ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบงาน
  2. เมื่อได้กะลาที่มีขนาดและรูปทรงตามต้องการแล้ว ให้นำกะลามะพร้าวที่ได้ มาทำการขัดผิวให้เรียบด้วยเครื่องขัดหรือ เครื่องเจียร จากนั้นทำการตรวจเช็คและขัดด้วยกระดาษทราย เพื่อขจัดเศษเสี้ยนของกะลามะพร้าวออกไป
  3. นำกะลามาผ่าซีกหรือตัดให้ได้ตามชิ้นส่วนของแบบที่ได้ออกแบบไว้ โดยอาจจะตัดเป็นชิ้นส่วนไว้ทีเดียวพร้อมกัน แล้วจึงค่อยนำมาประกอบภายหลังก็ได้
  4. เมื่อได้ส่วนประกอบครบถ้วนแล้ว ก็ให้นำไม้สนนอกมาเหลาเพื่อทำเป็น “สลักยึด” เพื่อใช้แทนตะปู โดยอาจทำไว้ทีเดียวหลาย ๆ ขนาดเหมือนกับขั้นตอนการทำชิ้นส่วน จากนั้นเมื่อได้ส่วนประกอบและสลักยึดครบแล้วก็นำมาประกอบกัน ให้ได้ตามแบบที่ต้องการ
  5. การประกอบชิ้นส่วน ให้เริ่มจากส่วนฐานและลำตัวก่อน โดยใช้กาวร้อนและไม้สนนอกที่เหลาเป็นสลักเป็นตัวยึด และเชื่อมในส่วนต่าง ๆ ถ้าต้องการตกแต่งให้สวยงาม ก็อาจใช้เศษกะลาที่เหลือหรือวัสดุอื่นๆ จากธรรมชาติมาตกแต่งเพิ่มเติมได้ เมื่อทำเสร็จแล้วให้ตั้งทิ้งไว้จนกาวแห้งสนิท เมื่อแห้งสนิทดีแล้ว จึงลงแล็กเกอร์เคลือบผิว เมื่อแล็กเกอร์แห้งสนิทก็เป็นอันเสร็จ 1 ชิ้น

การขายและการตลาด

  1. ขายตามตลาดนัดหรือถนนคนเดินที่มีการจัดงานทุกสัปดาห์ เสียค่าเช่าพื้นที่นิดหน่อย หรืออาจจะไม่เสียเลย
  2. ส่งขายตามร้านขายของที่ระลึกที่ยังไม่มีงานแบบที่เราทำ หรือมีแต่เรานำเสนอในแบบที่แตกต่าง เพื่อให้ทางร้านได้มีงานที่ไม่ซ้ำใคร
  3. เสนอขายตามโรงแรม เพื่อประดับตกแต่ง
  4. เร่ขายตามชายหาด สำหรับพื้นที่ติดทะเล ให้กับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานฝีมือ
  5. หาทำเลเหมาะๆ เปิดร้านขายเป็นของตนเอง ข้อนี้ต้องมีเงินลงทุนเช่าร้านพอสมควรนะคะ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นอาชีพอิสระ สำหรับผู้เริ่มต้นอยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง
  6. ขายออนไลน์ โดยการเปิดเว็บไซต์ของตนเอง โปรโมตเอง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเงินทุนเปิดร้าน

กลุ่มลูกค้า

  1. ลูกค้าชาวต่างชาติที่ชื่นชอบงานประดิษฐ์ที่ทำด้วยฝีมือ ที่เป็นเอกลักษณ์องไทย
  2. คนไทยที่ชื่นชอบงานจากวัสดุธรรมชาติและงานทำมือ

การต่อยอดทางธุรกิจ

เมื่อเราผลิตได้ในปริมาณที่มากพอ สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลาย และนำไปวางขายตามร้านขายสินค้าพื้นเมือง หรือร้านขายของฝาก อีกทั้งยังสามารถขาย เป็นสินค้าขายส่ง หรืออาจจะขายเป็นเฟรนไชต์ให้กับผู้ที่ต้องการอาชีพอิสระ แต่ไม่ต้องลงทุนคิดหรือสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาเอง  ซึ่งรูปแบบของเฟรนไชต์อาจจะเป็นการสอนงานให้เริ่มทำแบบต่างๆ เหมือนที่ร้าน และขายวัสดุอุปกรณ์โดยจัดเซตไว้หลายๆ แบบ เพื่อให้ครอบคลุมตามขนาดของแพคเกจที่เราได้จัดทำไว้  ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในยุคปัจจุบันนี้
หากใครที่คิดว่าตนเองมีฝีมือทางด้านงานไม้ งานฝีมือ จะลองทำผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวแบบง่ายๆ อย่างโมบายดูบ้างก็น่าสนใจดีนะคะ หรือหากใครไม่มีวัสดุอุปกรณ์ ก็ลองติดต่อหาซื้อจากร้านที่ขายสินค้าประเภทนี้อยู่ก็ได้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนจัดทำเป็นแบบเฟรนไชต์ สำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นเรียนรู้ และประกอบธุรกิจ จะได้นำไปเป็นอาชีพเสริมได้ ในระหว่างเรียน หรือเมื่อว่างเว้นจากงานประจำ












งานฝีมือแบบไทยๆ “หมอนฟักทอง” ทำเงินจากผ้าต่วน


งานฝีมือแบบไทยๆ “หมอนฟักทอง” ทำเงินจากผ้าต่วน



ผ้าต่วน” และ “ผ้าตาด ลายไทย” หลายคนที่ไม่ได้ทำงานผ้า อาจจะไม่รู้จัก แต่ใครจะรู้ว่าสามารถนำมาจับเป็นสม๊อก ได้สวยงาม จนใครเห็นแล้วต้องทึ่งในความงาม อย่างลงตัวของผ้าชนิดนี้ หมอนฟักทอง เป็นงานฝีมือที่ค่อนข้างละเอียด และสวยงาม เหมาะสำหรับไว้ใช้ในงานแต่งงาน งานบวช หรือเป็นของฝากก็ได้อีกด้วย

หมอนฟักทอง


ลักษณะอาชีพ

เป็นงานฝีมือที่อาศัยความละเอียดอ่อน และความประณีต ชำนาญ อีกทั้งความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากบางครั้งต้องคิดลายที่จะปักเองไม่มีแบบ นั่นคือต้องทั้งปัก และออกแบบเอง อีกทั้งงานปักผ้าเป็นงานอีกงานที่ต้องทำทีละเล็กทีละน้อย และเป็นขั้นตอน ต้องมีการเลือกด้ายให้เหมาะกับสีผ้าด้วย ซึ่งหมอนฟักทองนี้เหมาะสำหรับนำไปเป็นของรับไหว้ในงานแต่งงาน หรือหมอนรองสำหรับรดน้ำสังข์ หรือใช้ในงานบวช อาจจะประดับตกแต่งในรถยนต์ ใช้เป็นของประดับตกแต่งบ้าน หรือนำไปเป็นของฝาก เป็นต้น
สามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นได้ด้วย เช่น กล่องกระดาษทิชชู่รูปแบบต่างๆ ปลอกหมอนรูปแบบต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่กระเป๋า เป็นต้น
สามารถทำได้ทุกช่วงอายุ และเหมาะสำหรับทำเป็นอาชีพอิสระ สำหรับผู้ที่ว่างเว้นจากงานประจำ หรือกลุ่มแม่บ้านที่ว่างเว้นจากงานเรือกสวนไร่นา  ไม่เว้นแม้แต่เด็ดนักเรียนที่ต้องการรายได้เสริม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระคุณพ่อคุณแม่ สำหรับเงินไปโรงเรียน

การลงทุน

ต้นทุนต่อหมอน 1 คู่อยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท สำหรับขนาด 11-14 นิ้ว และยังเหลือเศษผ้าอีกเล็กน้อย เพื่อทำหมอนฟักทองขนาดเล็ก หรือนำมาประยุกต์ทำเป็นพวงกุญแจขนาดเล็ก เพื่อวางขายได้อีกด้วย

หมอนฟักทอง

วัสดุอุปกรณ์

  1. ผ้าต่วน และผ้าตาด ลายไทย ราคาเมตรละประมาณ 45-60 บาท หน้ากว้าง 44 นิ้ว ผ้า 1 เมตรทำหมอนฟักทองได้ 1 คู่ (2ใบ) ขนาดหมอน 11-14 นิ้ว ขึ้นอยู่กับแบบที่เราเลือก
  2. ด้ายเย็บ 1 ม้วน สีเดียวกับผ้า
  3. เข็มสอย 1 อัน ใช้เข็มสอย เพราะมีขนาดเล็ก สามารถปักได้ง่าย
  4. กระดุมปั๊ม 4 เม็ด สำหรับหมอน 1 คู่
  5. เชือกไนลอนสำหรับเย็บกับกระดุมปั๊ม เพื่อดึงกระดุมทั้งสองด้านให้ตึง
  6. นุ่นสำหรับยัดหมอน ไม่แนะนำให้ใช้ใยโพลีเอสเตอร์ เนื่องจากต้องใช้ปริมาณมากและราคาแพง
( ใยโพลีเอสเตอร์ราคากิโลกรัมละ 120-150 บาท)

รายได้

ราคาหมอนอยู่ที่ใบละประมาณ 200-550 บาท สำหรับขนาด 11-14 นิ้ว ขึ้นอยู่กับขนาดและความยาก ง่ายของลายหมอน  โดยปกติจะขายเป็นคู่ เพราะในงานแต่งงาน หรืองานบวชจะใช้เป็นคู่ และสีเดียวกัน สำหรับพวงกุญแจ หรือหมอนขนาดเล็ก สามารถขายด้วยราคาเริ่มต้นที่ 20-100 บาท เลยทีเดียว

แหล่งจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์

  1. ร้านจำหน่ายสำหรับงานฝีมือ
  2. ร้านขายผ้าทั่วไป ถ้าอยากได้ผ้าราคาถูก แนะนำหาซื้อที่สำเพ็ง

หมอนฟักทอง

การขายและการตลาด

  1. หากจะมีหน้าร้านให้เลือกหน้าร้านที่เป็นแหล่งชุมชน ติดถนน ผู้คนเดินผ่านไปมาและเห็นง่าย หรือหากใกล้วัดก็ดี เนื่องจากเวลามีงานบวช คนมักหาซื้อเครื่องสังฆภัณฑ์ บริเวณร้านใกล้ๆ วัด หรือผู้คนที่มางานบวชจะได้เห็นผ่านตา
  2. หากตั้งโต๊ะขายตามตลาดนัด ควรเลือกโซนที่ผู้คนมองเห็นง่าย โต๊ะที่ใช้ต้องสูงพอประมาณ อย่าสูงเกินไป หรือเตี้ยเกินไป ให้สูงประมาณระดับสายตา
  3. หากไม่มีหน้าร้านต้องการขายทางอินเตอร์เน็ต ต้องมีการทำเว็บไซต์ และโปรโมตเว็บเพื่อให้ผู้คนรู้จักและเข้าเยี่ยมชม หรือวางขายในเว็บสำหรับงานฝีมือ หรืองานแฮนด์เมด เช่น https://www.etsy.com/market/handmade เป็นต้น
  4. แนะนำให้ขายตามงานออกบูธ เช่น งานกลุ่มแม่บ้าน งานฝีมือ หรืองานหัตถกรรม เป็นต้น ซึ่งงานแบบนั้นผู้คนหลากหลาย  จึงเป็นเรื่องยากที่จะโปรโมตสินค้าของเราให้เป็นที่รู้จัก ดีไม่ด้อาจจะได้คอนเน็คชั่น เข้าไปขายสินค้าแฮนด์เมด หรือผลิตภัณฑ์ไทยๆ ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อย่าง ห้างเซนทรัล หรือเซน ก็เป็นไปได้
  5. มีการติดป้ายราคาให้ชัดเจนทุกแบบ ทุกสี เพื่อง่ายในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของเราจากลูกค้า
  6. ต้องจัดให้มีสินค้าหลากหลาย เช่น หมอนฟักทองขนาดต่างๆ ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ คละขนาด คละลาย หรืออาจจะนำผ้ามาจับสม๊อกแปลงเป็นผลิตภัณฑ์อื่น เช่น กล่องใส่กระดาษทิชชู่ พวงกุญแจ ปลอกหมอน หมอนอิง เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อดึงดูดลูกค้า และให้เกิดความน่าสนใจมากขึ้น ว่าเราสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้หลากหลายแบบ ไม่ใช่เพียงแค่หมอนฟักทอง

กลุ่มลูกค้า

ผู้คนทั่วไป วัยทำงานจนถึงผู้สูงอายุ
นักท่องเที่ยว ที่ต้องการซื้อเป็นของฝาก

การต่อยอดทางธุรกิจ

หากเราสามารถรวมกลุ่ม เช่น กลุ่มแม่บ้าน จนสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ในปริมาณมาก เราสามารถนำสินค้าของเรา หรือโปรโมตสินค้า เพื่อเป็นสินค้าส่งออกไปขายยังต่างประเทศได้  ซึ่งแน่นอนว่าในปัจจุบันนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล  และยังสามารถสร้างรายได้จากอาชีพเสริมนี้ ให้กับคนในชุมชนได้อีกด้วย เพราะในต่างประเทศมีการนิยมสินค้าไทย เป็นอย่างมาก เพราะด้วยคุณภาพ  ความสวยงาม  และสามารถนำไปประดับตกแต่งบ้านได้อีกด้วยเพียงมีฝีมือในการตัดเย็บบ้าง มีความประณีต และละเอียดอ่อน ก็สามารถสร้างสรรค์งานศิลปะ อันเกิดจากฝีมือ เพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นอาชีพอิสระ ซึ่งช่วยให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อนำมาช่วยเหลือครอบครัว และที่สำคัญงานฝีมือแบบนี้ทำได้ไม่ยากเลย และสามารถเริ่มต้นได้ทุกช่วงอายุ ไม่จำกัดแม้กระทั่งเด็กนักเรียนที่สามารถใช้เข็มและด้ายเป็น และผู้สูงวัยที่อาจจะดวงตาไม่ดีเท่าไหร่ แต่ยังสามารถเย็บผ้าได้ เห็นไหมคะ อาชีพเสริมทำได้ไม่ยาก เพียงคุณมองหา




















วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

รับซื้อของเก่า ขายของเก่า เปลี่ยนขยะเป็นเงิน


รับซื้อของเก่า ขายของเก่า เปลี่ยนขยะเป็นเงิน




สิ่งหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกันนั่นคือจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและขยะ โดยจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความต้องการใช้สินค้าอุปโภค บริโภค ฯ จึงมีมากขึ้น และทำให้เกิดเป็นเศษซากสิ่งของเหลือใช้ และเมื่อเศษซากเหล่านั้นสะสมนานเข้าก็มีปริมาณมากขึ้น จึงก่อให้เกิดปัญหาขยะมูลฝอย ขยะมูลฝอย หรือแม้แต่ของเสียต่างๆ ไม่ว่าสิ่งใดก็สิ่งหนึ่งล้วนเป็นตัวการของปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลต่อประเทศ ต่อประชากร ต่อสุขภาพอนามัย  ประกอบกับภาคอุตสาหกรรมในบ้านเรามีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว  จึงยิ่งก่อให้เกิดขยะมูลฝอยใหม่ ๆ  และยากต่อการจัดเก็บมากมาย เพราะวัตถุดิบหลักหรือผลิตภัณฑ์หลักของภาคอุตสาหกรรมคือพลาสติก   โดยในแต่ละปีมีการผลิตพลาสติกมากถึงสาม 3 แสนตันต่อปี และมีการแปรรูปพลาสติกเหล่านั้นมาใช้งาน เช่น การแปรรูปเป็นสินค้าต่างๆ   เสื้อผ้า คอนโซลรถ ขวดน้ำ เป็นต้น ปัญหาของพลาสติกที่พบและส่งผลต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมระยะยาวเพราะพลาสติกใช้เวลาในการย่อยสลายมากกว่าอายุคนหนึ่งคนเสียอีก ยกตัวอย่างถุงก๊อปแก๊ปหรือถุงพลาสติกเพียงหนึ่งใบใช้เวลาย่อยถึงกว่าสี่ร้อยปี  ในขณะที่ปริมาณการผลิตและความต้องการใช้พลาสติกมีมากขึ้น แต่การจัดเก็บเป็นไปได้น้อยกว่ามาก จึงไม่สงสัยว่าทำไมขยะ ที่รวมไปถึงเศษซากเหล็ก ซากกระดาษ เศษอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฯ จึงล้นโลกได้ขนาดนี้

รับซื้อของเก่า



หากจะแบ่งขยะออกเป็นประเภทตามส่วนประกอบ อาจจะมีมากมายถึง 7 ประเภท คือ

  1. จำพวกกระดาษ ได้แก่ ถุง กล่อง ลังกระดาษ เศษกระดาษจากสำนักงาน
  2. จำพวกพลาสติก พวกนี้ทำลายยากมาก
  3. จำพวกแก้ว ได้แก่ ขวด กระจก ฯลฯ
  4. จำพวกเศษอาหาร พวกนี้ย่อยสลายได้ง่าย แต่ก็เกิดทั้งกลิ่นเหม็น ทั้งการเน่าบูด
  5. จำพวกผ้า และเส้นใย
  6. จำพวกยางและหนัง
  7. จำพวกเศษไม้ เช่นเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้เก่า
  8. จำพวกหิน กระเบื้อง และ โลหะต่างๆ ทั้งนี้ จากประเภทขยะ 7-8 ประเภทด้านบน หากจัดลำดับปริมาณขยะที่เกิดขึ้น จากมากไปน้อยได้ดังนี้

ทำอาชีพรับซื้อของเก่า


กระดาษ ปริมาณขยะที่เกิดขึ้น 4 ล้านตัน
เหล็ก ปริมาณขยะที่เกิดขึ้น 3 ล้านตัน
แก้ว ปริมาณขยะที่เกิดขึ้น 2.5 ล้านตัน
พลาสติก ปริมาณขยะที่เกิดขึ้น 2 ล้านตัน
อะลูมิเนียม ปริมาณขยะที่เกิดขึ้น 5.4 แสนตัน
ยาง ปริมาณขยะที่เกิดขึ้น 5.2 แสนตัน
แม้ว่าทั้งหมดที่กล่าวคือด้านมืดของขยะที่รอวันแก้ไข แต่ในอีกมุมหนึ่งของการสร้างรายได้ อาชีพเสริมจากขยะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจริงๆ อาชีพเสริมเกี่ยวกับการรับซื้อของเก่าเป็นอาชีพเสริมที่แม้ว่าจะหากินอยู่กับความเน่าเสีย เลอะเทอะและสกปรก แต่คนที่คิดทำอาชีพเสริมนี้ กลับมองว่ามันคือขุมทองดีๆ นี่เอง จากข้อมูลข้างบนแค่รับซื้อกระดาษไปขายโอกาสรวยก็มาเคาะประตูบ้านแบบเห็นๆ และหากคิดจะทำอาชีพเสริมนี้ ลองถามตัวเองก่อนว่าจะจัดตัวเองอยู่ในประเภทใดระหว่าง รับซื้อของเก่า, รับย่อยขยะพลาสติก หมายถึงรับซื้อขยะและนำมาบดย่อย, รับหลอมรีด และตัดพลาสติก เพื่อเตรียมจำหน่ายเม็ดพลาสติกรีไซเคิลใต่อโรงงานผลิตพลาสติกต่อไป, รับผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล   เพราะทั้งหมดมีตัวแปรที่ต้องคำนึงคือเงินลงทุน สำหรับอาชีพเสริม คุณอาจไม่ต้องก้าวกระโดดมาก จริงๆ แนะนำว่าเริ่มจากขั้นแรกคือการรับซื้อของเก่า และนอกจากนี้คุณยังต้องมีการเตรียมการด้านพื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตนักเพราะนี่คืออาชีพเสริมของคุณ  แต่สำคัญที่ทำเล ทำเลต้องไม่อยู่ใกล้ชุมชนจนเกินไป เพราะทั้งกลิ่น และฝุ่นละอองอาจส่งผลต่อคนหมู่มาก และเมื่อเกิดการไม่พอใจอาชีพนี้ของคุณอาจดับวูบได้ ทำเลควรอยู่ในที่ที่มองเห็น แต่ไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ใจกลางชุมชนจ๋าจนเกินไป ต่อมาคือพื้นที่ในการจัดเก็บ ยิ่งมีพื้นที่เหมาะสมยิ่งทำให้คุณสต็อกขยะเพื่อการขายได้ และยังต้องมีความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ ซึ่งหาอ่านได้จากอินเทอร์เน็ตหรือแม้แต่การเข้าอบรม เสียเงินเพียงนิดหน่อย แต่สามารถใช้ความรู้นั้นได้ในทันที และเหนืออะไรทั้งหมด ขอให้ปรับมุมมองต่อขยะเสียก่อนเพราะอาชีพรับซื้อของเก่านี้ เป็นอาชีพที่คลุกคลีอยู่บนความสกปรก แต่ทว่า เป็นความสกปรกที่จัดการได้ และส่งผลดีต่อสังคมและโดยรวม ลำพังการรณรงค์จากภาครัฐให้ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ให้คัดแยกขยะอาจไม่เพียงพอ อาชีพเสริมรับซื้อของเก่านี้เป็นกลไกที่มีส่วนสำคัญอย่างมากในการลดปัญหาขยะล้นโลก ถ้าคิดบวกได้แบบนี้ เชื่อมั่นว่า อาชีพเสริมรับซื้อของเก่าจะทำให้คุณไม่ท้อถอยต่อคำสงสัยของผู้คน ว่าทำไมคุณเลือกอาชีพนี้

อาชีพเสริม ขับวินมอเตอร์ไซค์ รายได้ดี ผ่อนรถ ผ่อนบ้านได้สบายๆ


อาชีพเสริม ขับวินมอเตอร์ไซค์ รายได้ดี ผ่อนรถ ผ่อนบ้านได้สบายๆ




มอไซค์พี่ มอไซค์ ! เสียงเรียกจากลูกค้าคือเสียงสวรรค์บ่งบอกให้เรารู้ว่าถึงเวลาที่ต้องให้บริการโดยเร็ว อาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์ถือเป็น อาชีพอิสระ อย่างแท้จริง เราขยันเราได้เงิน ไม่มีใครบังคับให้เราทำงาน ด้วยวิถีชีวิตของชาวไทยเป็นคนเรียบง่ายสบายๆ ไปไหนไปกัน ชอบความสะดวกและรวดเร็ว วินมอเตอร์ไซค์ถือว่าเป็นบริการที่เรียกใช้ได้สะดวกมากที่สุด เพราะมีให้บริการแทบจะทุกซอกทุกซอยของถนน ทุกๆ 4 แยกไฟแดง คุณจะไปไหนเพียงแค่ยกมือขึ้น เรียกมอไซค์พี่ มอไซค์ ! เท่านั้นไปไหนไปกัน
หลายท่านต้องการมีรายได้เสริม กำลังมองหาอาชีพเสริมช่วงหลังเลิกงานหรือทำในวันหยุด อาชีพเสริมขับวินมอเตอร์ไซค์ ถือเป็นหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะครับ ถึงรายได้จะไม่มากมายนักเมื่อเทียบกับงานประจำอื่นๆ แต่ก็สามารถทำเป็นอาชีพเสริมทำเงินได้ดีเลยทีเดียว หรือจะเก็บไว้เป็นค่าครองชีพหรือค่าใช้จ่ายของครอบครัวก็ได้ แต่อาชีพนี้ก็ขึ้นอยู่กับความขยันด้วย

ขับวินมอไซด์ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ผมมีประสบการณ์จริงอาชีพอิสระ ขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างของรุ่นพี่ที่ทำงานประจำของผมมาเล่าให้ฟังครับ คุณธวิท จีบทับ หรือ พี่วิท จุดเริ่มต้นเลยที่หันมาทำอาชีพเสริม ขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง นั่นเป็นเพราะพี่วิทต้องการหาอาชีพเสริมทำหลังเลิกงาน พี่วิทจึงเริ่มมองหาซื้อเสื้อวินในบริเวณที่พักอาศัยเพราะเป็นจุดที่อยู่ใกล้บ้าน ซึ่งเมื่อ 3 ปีก่อนนั้น ราคาของเสื้อวินเพียงแค่ 15,000 ต่อตัว ถือว่าถูกมาก แต่ปัจจุบันก็จะมีเสื้อวินให้เช่าแบบรายเดือนและรายวัน
คุณธวิท ใช้เวลาว่างช่วงหลังเลิกงานมาขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพียงวันละ 4 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นวันหยุดพี่เค้าก็จะตื่นแต่เช้าออกไปรับจ้างขับวินมอเตอร์ไซค์เหมือนเช่นเคย ตั้งแต่เช้าจนถึงสองทุ่ม  บางวันพี่วิทก็จะตั้งเป้าหมายไว้ อาทิเช่นวันนี้ต้องการเงิน 1,500 บาท พี่วิทก็จะใช้เวลาทั้งวันเพื่อขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างจนกว่าจะมีรายได้ครบ 1,500 บาทจึงจะเลิกงานและกลับบ้าน
เพราะอาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างถือเป็นอาชีพอิสระที่ไม่ต้องมีใครมาคุม ถ้าเราตั้งใจและอดทนทำงาน ผลตอบแทนที่ได้ก็คุ้มค่า
ก่อนที่จะมาขับวินมอเตอร์ไซค์สิ่งแรกที่จำเป็นจะต้องมี คือ รถมอเตอร์ไซค์ เสื้อวิน หมวกกันน็อค ใบขับขี่มอเตอร์ไซค์สาธารณะ สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานที่จำเป็นจะต้องมีอยู่คู่กับอาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
  1. ต้องมีรถมอไซค์ (ป้ายเหลืองรถจักรยานยนต์สาธารณะ)
  2. ต้องมีใบขับขี่มอไซค์ สาธารณะ
  3. ต้องมีเสื้อวิน
  4. ต้องมีหมวกกันน็อค 2ใบ
  5. รถต้องมีประกัน ต่อภาษี พรบ
  6. ต้องมีความอดทด รักในงานบริการ ความปลอดภัยมาเป็นหลัก
กฏระเรียบในแต่ละวินมอเตอร์ไซค์ อาจจะไม่เหมือนกันในทุกที่ แต่ทุกสถานที่ย่อมมีกฏระเรียบ มีหัวหน้าวิน มีการประชุมภายในกลุ่ม มีการบังคับการแต่งตัว และกำหนดราคาให้บริการ
มือใหม่ ! ระเบียบการขับวินมอเตอร์ไซค์ ห้ามรับลูกค้าตัดหน้าวินอื่นเด็ดขาด คุณควรจดจำเอาไว้ เวลาขับรถแล้วมีลูกค้าเรียกข้างทาง ต้องดูด้วยว่าแถวนั้นมีวินมอเตอร์ไซค์อื่นอยู่หรือไม่ ถ้าไม่มีก็รับลูกค้าได้ไม่มีปัญหา





วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ขายอะไรดี? ขาย “เครปญี่ปุ่น” ดีไหมเริ่มต้นยังไงดี


ขายอะไรดี? ขาย “เครปญี่ปุ่น” ดีไหมเริ่มต้นยังไงดี



เบื่องานประจำ อยากมีกิจการเป็นของตัวเอง ลงทุนอะไรดี สยามอาชีพ.คอม มีคำตอบนั้นก็คือการเปิดร้านขายขนม “เครปญี่ปุ่น” เป็นการเริ่มต้นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนไม่มากและเริ่มต้นได้ง่ายขั้นตอนการทำเครปก็ไม่ยากทำคนเดียวได้สบายๆ และรับรองรายได้เฉลี่ยแต่ละวันไม่นานได้ทุนคืนแน่นอน ว่าแล้วเราก็มาดูกันเลยดีกว่าจะเริ่มยังไง

เริ่มต้นเปิดร้าน

  • เตรียมอุปกรณ์ในการเปิดร้าน
  • ทำเลในการขาย ตลาดสด ตลาดนัด ศูนย์การค้า แหล่งชุมชน
  • ชื่อร้านและเมนูไส้ต่างๆ
เครปญี่ปุ่น


เงินลงทุน

  • เคาน์เตอร์ร้าน พร้อมป้ายร้าน  3000-5000 บาท
  • เตาเครป
    • เตาไฟฟ้า แบบ 2 เตา  12000 บาท
    • เตาไฟฟ้า แบบเตาเดี่ยว 6500 บาท
    • เตาแก๊ส แบบ 2 เตา 6500 บาท (ไม่รวมค่าแก๊ส)
    • เตาแก๊ส แบบเตาเดี่ยว 3000 บาท (ไม่รวมค่าแก๊ส)
  • อุปกรณในการทำเครป  ไม่เกิน 1000 บาท
    • ไม้ปาดเครป
    • เกรียง
    • ช้อนตักแป้งเครป
    • ซอง+ถุงใส่เครป
    • ขวด กระปุก ใส่ไส้ต่างๆ
เงินลงทุนไม่เกิน 20000 บาทสำหรับ 2 เตา

ส่วนผสมแป้งเครป

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 กิโลกรัม
  • น้ำตาล 300 กรัม
  • ไข่ไก่ 10 ฟอง
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • น้ำมัน 1/2 ถ้วยตวง
  • นมสด ตราวัวแดง 1 ลิตร
  • กลิ่นวนิลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปูนใส 1 ถ้วยตวงครึ่ง

วิธีทำเครป

  • เปิด เตาเครปแก็สด้วยความร้อนปานกลาง ไม่ต้องเปิดแรง เพราะเตาเครปหน้าเตาเป็นสแตนเลส คุณสมบัติของสแตนเลสคือร้อนนานและร้อนเร็ว เปิดแรงเดี๋ยวหน้าเครปจะไหม้
  • ตักแป้งที่เตรียมไว้แล้ว เทลงบนเตาเครป
  • ใช้ไม้หมุนเครปปาด โดยหมุนไม้จากจุดศูนย์กลางของเตาให้เป็นรัศมีจนเต็มวงกลม
  • ใช้มาการีนทาให้ทั่วๆ แผ่นแป้ง
  • รอสักพักให้แป้งสุก จากนั้นใส่ไส้ได้ตามต้องการ
  • ใช้เกรียงแซะ แซะพับเครปครึ่งหนึ่งก่อน แล้วจึงพับอีกครั้ง
  • นำเครปใส่ซองที่เตรียมไว้
เครปญี่ปุ่น

ปัญหาและวิธีแก้

  • ถ้าเครปที่ทำออกมามีลักษณะเป็นด่าง ผิวไม่เสมอกัน แสดงว่าหน้าเตาเครปนั้นมีความมันมากเกินไป ให้ใช้น้ำผสมน้ำยาล้างจานอ่อนๆ เช็ด แล้วตามด้วยน้ำเปล่า
  • ถ้าเครปติดกระทะ แสดงว่ากระทะแห้งเกินไป ให้ใช้น้ำมันพืชทาบางๆ แล้วเช็ดออกให้แห้ง
  • ถ้าเครปไม่กรอบ แสดงว่าอุณหภูมิ ไม่พอดี
  • ถ้าใส่แยม ไม่ต้องใส่มาการีน
  • ตอนผสมแป้ง ไม่ต้องตีให้ฟู เพราะจะทำให้เครปเป็นฟองๆ ปาดยาก
เครปญี่ปุ่น



วัตถุดิบไส้ต่างๆ

  • แยมกลิ่นผลไม้ต่างๆ
  • ไข่ไก่ ทูน่า หมูหยอง ลูกเกด แฮม ไส้กรอก ปูอัด เม็ดมะม่วงหิมมะพานต์ กล้วย ฯ
  • พริกเผา น้ำผึ้ง นมข้น ช๊อคโกแลต ปีโป้ โอริโอ้
  • ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก มายองเนส
  • อื่นๆ ได้หมดตามไอเดีย
สำหรับการขายเครปญี่ปุ่น ราคาจะอยู่ที่ 15-30 บาท/แผ่น อาจจะแยกเป็น
  • แป้งเปล่า 15 บาท
  •  เครป 1 ไส้ 20 บาท
  • เครป 2 ไส้ 25 บาท
  • เครป 3 ไส้ 30 บาท
หรือมีท็อปปิ้งอะไรก็เพิ่มราคาตามสมควร เฉลี่ยรายได้ต่อวันหากขายได้ 50-80 แผ่น 1500-2000 บาท/วัน หากหักค่าใช้จ่ายแล้วก็ยังเหลือกำไรครึ่งๆ และระยะยาวรุ่งแน่นอนกับธุรกิจนี้ของแค่ทำแล้วมีความสุขไปกับมัน

วัตถุดิบไส้ต่างๆ

  • แยมกลิ่นผลไม้ต่างๆ
  • ไข่ไก่ ทูน่า หมูหยอง ลูกเกด แฮม ไส้กรอก ปูอัด เม็ดมะม่วงหิมมะพานต์ กล้วย ฯ
  • พริกเผา น้ำผึ้ง นมข้น ช๊อคโกแลต ปีโป้ โอริโอ้
  • ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก มายองเนส
  • อื่นๆ ได้หมดตามไอเดีย
สำหรับการขายเครปญี่ปุ่น ราคาจะอยู่ที่ 15-30 บาท/แผ่น อาจจะแยกเป็น
  • แป้งเปล่า 15 บาท
  •  เครป 1 ไส้ 20 บาท
  • เครป 2 ไส้ 25 บาท
  • เครป 3 ไส้ 30 บาท
หรือมีท็อปปิ้งอะไรก็เพิ่มราคาตามสมควร เฉลี่ยรายได้ต่อวันหากขายได้ 50-80 แผ่น 1500-2000 บาท/วัน หากหักค่าใช้จ่ายแล้วก็ยังเหลือกำไรครึ่งๆ และระยะยาวรุ่งแน่นอนกับธุรกิจนี้ของแค่ทำแล้วมีความสุขไปกับมัน


ถือเป็นรายได้ที่เยอะพอสมควรสำหรับการเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็กๆ ในการเริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจ และเชื่อว่าในอนาคตข้างหน้าจะมีอีกหลายสาขาตามมาจนถึงเปิดเป็นแฟรนไชส์เลยก็เป็นได้ ทุกอย่างจะเป็นไปได้อยู่ที่การคิดและกล้าที่จะลงมือทำ 














บทความที่ได้รับความนิยม