วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ไก่เบตง สัตว์เศรษฐกิจราคาตัวละเกือบ 2000 ลองเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม ก็ไม่แย่นะ

ไก่เบตง สัตว์เศรษฐกิจราคาตัวละเกือบ 2000 ลองเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม ก็ไม่แย่นะ


ไก่เบตงพันธุ์แท้ สัญลักษณ์ใต้สุดแดนสยาม หากินยากค่อนข้างยาก กว่าจะเลี้ยงให้โตใช้เวลานานถึง 6 เดือนไม่เหมือนไก่พันธุ์เนื้อธรรมดาเลี้ยงแค่ 5 สัปดาห์
และรสชาตที่แตกต่างของไก่เบตงจะเป็นยังไง เลี้ยงยากแค่ไหน อร่อยยังไงถึงมีราคากิโลกรัมกว่า 200 บาท 1 ตัวเกือบ 2000 บาท ติดตามได้จากรายงาน

แนะอาชีพพารวย “เลี้ยงไก่เบตง” ราคาพุ่งตัวละกว่าพันบาท ตลาดต้องการอย่างมาก นายธนันท์รัฐ อุดมธันยรัตน์ หรือโกช้าง เกษตรกรมืออาชีพผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการคนเลี้ยงไก่เบตง จากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ณ ปัจจุบันไก่เบตงกำลังเป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้บริโภคไก่เนื้อ

ด้วยจุดเด่นของไก่เบตงที่มีหนังกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่มีมันผสม หนังมีสีเหลืองอ่อน ไม่ขาวเหมือนไก่ทั่วไป ด้วยเหตุนี้ไก่เบตงจึงกำลังมาแรง เป็นที่นิยม อีกประการหนึ่งที่ทำให้ไก่เบตงมีราคาที่สูง เพราะไก่เบตงเลี้ยงยาก ต้นทุนการผลิตสูง ใช้เวลาเลี้ยงนาน จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงรายเก่าที่เคยเลี้ยงได้เลิกลากันไปหมด ส่งผลให้ไก่เบตงแท้ๆหากินได้ยาก

ด้วยเหตุนี้ โกช้าง จึงอยากรักษาไก่เบตงให้คงอยู่คู่กับเมืองเบตงต่อไป จึงจับไก่เบตงมาพัฒนาใหม่ มีการเปิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงไก่เบตง โดยโกช้างมีหน้าที่ผลิตไก่พันธุ์ดีแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง สอนวิธีการเลี้ยง ขยายองค์ความรู้ และนอกจากนี้โกช้างยังเป็นผู้รับซื้อไก่เองทั้งหมด เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบตามร้านอาหารสาขาต่างๆ ที่โกช้างเป็นเจ้าของ และสาเหตุที่ต้องทำเองทุกอย่างเพราะ ถ้าไม่รับซื้อแบบนี้ก็จะไม่มีใครเลี้ยง ชาวบ้านหาตลาดเองไม่ได้

“ทำไมของดี ของอร่อย ต้องหายไป เราจึงอาศัยความรู้การตลาดที่เรามีอยู่นำมาช่วยส่งเสริมชาวบ้านให้มีอาชีพ มีรายได้มากขึ้น เปิดร้านอาหารรองรับผลผลิตเอง กำหนดราคาเอง ถ้าหากท่านใดได้ลองทานไก่เบตงแท้ๆ แล้วจะรู้เลยว่า รับประทานไก่เบตงของแท้ตัวละ 1,200 บาท ไม่แพงเลย ไก่เบตงราคาสูงก็จริง แต่ความฮอตไม่มีตก เพราะเรามั่นใจในเรื่องของคุณภาพ และรสชาติความอร่อย ทุกวันนี้ผลิตไก่ไม่พอขาย ในอนาคตผมมีแผนที่จะเปิดร้านข้าวมันไก่เบตงในทุกจังหวัด แต่ตอนนี้ต้องรอไปก่อนเพราะผลผลิตไม่พอขายจริงๆ”

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงไก่เบตงเป็นอาชีพเสริม ติดต่อสอบถามความรู้ได้ที่โกช้าง โทร.062-936-9199

 ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.technologychaoban.com
www.facebook.com/Technologychaoban


ความสุข'คุณลุงวัยเกษียณ' พลิกวิกฤติภัยแล้ง เลี้ยงไก่ชนสร้างรายได้

ความสุข'คุณลุงวัยเกษียณ' พลิกวิกฤติภัยแล้ง เลี้ยงไก่ชนสร้างรายได้


คุณลุงวัย 68 ปี สู้ภัยแล้ง เลี้ยงไก่ชนเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้เลี้ยงชีพ พลิกวิกฤติ นำหญ้าอ่อนขึ้นกลางคลองแห้งมาเป็นอาหารเสริมให้ไก่สร้างสุขภาพที่ดี เผย เลี้ยงไก่ชนเป็นความชอบส่วนตัว สร้างความสุขให้ชายวัยเกษียณ 
เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุภัยแล้งขยายวงกว้างนำในคลองชลประทานแห้งขอดเนื่องจากน้ำต้นทุนเหลือน้อยใช้ได้เพียงอุปโภคบริโภค ชลประทานขอความร่วมมือหยุดการทำนาจ้างอาชีพเกษตรกรช่วยเหลืองานชลประทานส่วนผู้ที่สูงอายุทำอาชีพเสริมโดยการปลูกผักเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ช่วยเหลือครอบครัว
นายอารมณ์ ไพบูลย์พานิช หรือ ลุงแกะ อายุ 68 ปี บ้านเลขที่ 28/2 หมู่ 8 ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พนักงานบริษัทที่เกษียณอายุ ออกมาเลี้ยงไก่ชนสร้างรายได้ ตามความถนัดความสามารถ และความชอบที่เป็นทุนอยู่แล้วในการสร้างอาชีพหารายได้เสริมช่วยเหลือครอบครัวสร้างรายได้อย่างงาม
"ปกติเป็นคนชอบเลี้ยงไก่ชนอยู่แล้ว หลังจากเกษียณอายุมาจากบริษัทก็หันไปลงทุนเลี้ยงไก่ชนขาย สร้างรายได้โดยเพาะพันธุ์และขยายจำนวนสามเล้าร่วม 100 ตัวในพื้นที่ 1 ไร่ ซึ่งเป็นพันธุ์พม่าและไซ่ง่อน หลังเกิดภาวะแล้งต้นหญ้าแห้งขาดแคลนอาหารเสริมให้ไก่ชน จึงได้ลงไปเก็บหญ้าในคลองชลประทานที่แห้งขอดและมีหญ้าอ่อนๆ ขึ้นจำนวนมากมาให้ไก่ชนกินเป็นอาหารเสริมซึ่งไก่ชอบมาก" นายอารมณ์ กล่าว 
นายอารมณ์ กล่าวต่อว่า ตนเองจะเลี้ยงนำไก่ชนไปตีแล้วหากชั้นเชิงดีก็มีราคาหลักพันบาทขึ้นไปหากนำไปชนะบ่อนก็มีราคาหลักหมื่น หากมีผู้ต้องการลูกไก่วัยรุ่นก็มีขายตามสภาพและราคาที่ย่อมเยา นับว่าเป็นการสร้างรายได้เสริมอย่างดีในช่วงหน้าแล้งนี้และอีกอยากหนึ่งมีความชอบในการเลี้ยงไก่ชนอยู่แล้ว จึงเป็นการสร้างความสุขสร้างรายได้ของชายผู้เกษียณอายุในวัย 68 ปี
ที่มา:https://www.thairath.co.th/

วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562

4โปรแกรมเปิดทิ้งไว้หรือเล่นเน็ตไปก้อได้เงิน

Honeygain

honeygain.com เปิดโปรแกรมใว้ก้อได้เงิน
ตัวนี้จะเป็นการโหลดโปรแกรม และตัวโปรแกรมจะเด้งไปแถวแทบบราของเครื่อง ถ้าเป็น mac จะอยู่ด้านบน ถ้าเป็นวินโว์ จะอยู่ล่างซ้าย ตัวนี้จะสะสมเป็น Gb ถ้าคุณส่ะสมใด้วันล่ะ 9 GB ต่อวันคุณก้อจะได้ประมาณ 27$ต่อเดือน ตัวนี้ใช้แอคเคาเดียวคุณสามารถเปิดได้ หลายเครื่อง . 10 credits เท่ากับ 0.01USD (1 cent USD) ที่อยู่ IP ที่ไม่ซ้ำกันมีอุปกรณ์ไม่เกิน 3 เครื่อง สามารถโหลดโปรแกรมลงในโทรศัพท์ได้ด้วย
หารายได้เพิ่มเติม : ชวนเพื่อนคุณสามารถรับเพิ่มอีก 10% ไม่ใช้เงินของเพื่อนแต่เป็น แอพแบ่งจ่ายมาไห้เราได้ด้วยนะ
honeygain การเบิกเงิน ขั้นต่ำที่ 20$ จ่ายพ่านpaypal ภายใน 24 ชั่วโมง

Cryptobrowser

cryptobrowser.site เปิดเบราเซอร์ท่องเน็ตก้อได้เงินง่ายๆ
ตัวนี้เป็นการโหลดเบราเซอร์ มาใช้งานแล้วคุณก้อท่องเน็ตตามปกติ รูปแบบการใช้นั้นเหมือน google ครับแต่ต่างกันที่สามารถรับ bitcoin ไปฟรีๆกันด้วย
หารายได้เพิ่ม:โดยสามารถแนะนำเพื่อนแชร์ลิงค์ตามโซเชียลเน็ตเวิค มีถึง10ระดับชั้น
สามารถรับเงิน เป็น bitcoin จำนวนเงินขั้นต่ำในการถอนเงินคือ 0.00001 BTC

kryptex.org

www.kryptex.org แค่เปิดโปรแกรมก้อได้เงินง่ายๆ
โหลดโปรแกรมเปิดทิ้งใว้ เพื่ิอขุดบิทอคยน์แบบง่ายๆโดยใช้ GPU ของคุณ หรือ CPU ของเครื่องคุณ การถอนเงินมีหลายแบบ
หารายได้เพิ่ม :โดยชวนเพื่อนคุณจะได้รับ 5%
สามารถเบิกเงินได้หลายช่องทางมาก แม้แต่ถอนพ่านบัตร atm ก้อได้ ถอนขั้นต่ำที่ มูลค่า ถอนขั้นต่ำ: 0.0002 BTC

honeyminer

https://honeyminer.com/ หารายได้โดยโหลดโปรแกรมเปิดทิ้งไว้ได้เงิน
Honeyminer สร้างรายได้และหาเงินง่ายๆให้กับทุกคนที่มีคอมพิวเตอร์ เพื่อขุด bitcoin กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นโปรแกรมที่หารายได้ โดยรับเป็น บิทคอยน์ เพียงเปิดไว้เท่านั้น
หารายได้เพิ่ม :โดยการแนะนำเพื่อน ถึง3ระดับ
เบิกขั้น ต่ำ ที่ 0.00002500 BTC

เหลือเชื่อ! เลี้ยงปลากัด สร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน

เหลือเชื่อ! เลี้ยงปลากัด สร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน

สังคมเรานี้ยังมีอีกหลายอาชีพที่บางทีเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำเป็นอาชีพได้ แต่ในแวดวงของคนกลุ่มนั้นกลับมองว่านี่คือหนทางแห่งการสร้างอาชีพที่ดีที่สุด ประมาณว่าวงการยิ่งเล็กคู่แข่งก็ยิ่งน้อยสวนทางกับรายได้ที่ดูยิ่งใหญ่มาก

เพียงแต่งานที่ว่านี้ใช่ว่าใครจะเข้ามาก็ทำได้ ขั้นแรกต้องมีใจรัก อย่างที่สองต้องมีประสบการณ์ ถ้าพกมาสองอย่างนี้เมื่อไหร่ธุรกิจที่เริ่มจากวงการเล็กๆก็เป็นอาชีพที่ยิ่งใหญ่ได้ไม่แพ้กัน

ทาง www.ThaiFranchiseCenter.com จะขอนำพาทุกท่านไปรู้จักกับกลุ่มอาชีพเล็กๆในสังคมไทยที่ความจริงก็เป็นเรื่องราวของจิตวิญญาณความเป็นไทยที่อยู่คู่บ้านเมืองเรามาช้านานเพียงแต่ไม่โด่งดังและไม่เฟื่องฟูแต่สิ่งที่ว่านี้ก็ยังดำเนินรูปแบบของตัวเองมาได้ต่อเนื่องนั้นคือเรื่องของ “ปลากัด”


พอพูดว่า “ปลากัด” ก็ยังมีคนมองไปถึงกลุ่มปลากัดสวยงามที่ดูจะโดดเด่นกว่าแต่ทว่าวันนี้เราไม่ได้เจาะไปที่กลุ่มนั้นครับปลากัดเหมือนกันแต่วันนี้เราเน้นที่สาย “กัดเก่ง” โดยเฉพาะ

ไม่น่าเชื่อนะครับว่า พอพูดถึงเรื่องของปลากัดจากที่สำรวจนักเล่นทั่วประเทศมีจำนวนไม่น้อยทีเดียวทุกภูมิภาคของไทยมีสังคมเล็กๆนี้สอดแทรกอยู่โดยเฉพาะที่ภาคใต้ถือว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของวงการปลากัดเก่งก็ว่าได้ทั้ง 14 จังหวัดไล่ตั้งแต่เพชรบุรีลงไป กีฬากัดปลาถือว่าตีคู่มากับไก่ชน วัวชน ไม่ได้มีแค่ความชอบแบบนามธรรมแต่มีสนามกัดปลาที่ขออนุญาติกันอย่างเป็นทางการไม่ว่าจะภูเก็ต สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา  กระบี่ ฯลฯ

จังหวัดเหล่านี้มีการเล่นปลากัดอย่างครึกครื้นยิ่งในช่วงฤดูฝนด้วยแล้วถือเป็นฤดูกาลสำคัญที่มีตัวเลขทางเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในแวดวงสูงมาก


ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของอาชีพที่แทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรมากขอแค่ประสบการณ์และความรักกับอาชีพ “การจับปลากัดเก่ง” จำหน่ายที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าคนที่อยู่ในสายอาชีพนี้ไม่ต้องทำธุรกิจอื่นใดแค่จับปลากัดขายก็สร้างรายได้เกินกว่าหลักแสนต่อเดือนเลยทีเดียวเราจะมาดูเรื่องนี้กันอย่างเป็นจริงเป็นจังว่าการสร้างรายได้ที่พูดถึงนี้มีจากทางไหนและคุณสมบัติของการเป็นคนจับปลาขายที่ดีจะต้องมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยครับ

คำนวณเรื่องรายได้อย่างไม่เป็นทางการ
เราสรุปเอาจากค่าเฉลี่ยเท่าที่เราประมวลมาได้เพื่อให้การบรรยายเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น ธุรกิจนี้จะเริ่มจากการที่นักกัดปลาทั้งหลายมีกลุ่มเพื่อนสนิทที่กัดปลาด้วยกัน มีการสนใจที่จะแลกเปลี่ยนซื้อปลากันจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์แบบปากต่อปาก สุดท้ายก็กลายเป็น “ฐานลูกค้า” ในที่สุด
 
การจำหน่ายปลากัดเก่งให้กับลูกค้าก็จะขึ้นอยู่กับ “ความเก่ง” ของปลากัดแต่ละตัวอาจจะเริ่มจาก 80 หรือ 100 บาท ซึ่งในตัวที่เก่งมากๆ อาจจะจำหน่ายได้มากกว่านั้น ราคา 3 ตัว 1,000  หรือ 3 ตัว 10,000 ก็เกิดขึ้นได้ถ้าเป็นปลาที่กัดได้เก่งจริงๆนักกัดปลาแบบอาชีพส่วนมากจะไม่เกี่ยงเพราะยิ่งราคาซื้อมาสูงก็จะต้องเอามากัดเดิมพันแพงมากขึ้น


   
ในพื้นที่แปดริ้วและนครปฐมจะเด่นชัดในเรื่องการจับปลากัดขายที่ทางทีมงาน ThaiFranchiseCenter.com ลงไปสอบถามพบว่า 2 จังหวัดนี้มีการทำบ่อปลากัดทั้งรูปแบบบ่อปูนและบ่อดินรวมกันมากกว่า 5,000 บ่อ แต่ละบ่อจะมีปลากัดที่เพาะได้เมื่อคัดแล้วจะเป็นตัวที่พร้อมสำหรับการกัดของนักเดิมพันประมาณบ่อละ 100 ตัว

พวกพี่ๆเขาเล่าให้ฟังว่า “ปลากัดเก่งถ้าเพาะมาแล้วไม่จำเป็นต้องเก่งทุกบ่อสมมุติว่าที่บ้านมีบ่อสัก 100 บ่อขอเป็นปลากัดเก่งแค่ 20 บ่อก็คุ้มค่ากับบ่อที่เหลือทั้งหมดแล้ว”

เพราะว่าเมื่อคำนวณรายได้เบื้องต้นถ้ามีปลาเก่งบ่อละ 100 ตัวในจำนวน 20 บ่อเท่ากับมีปลาให้ขายได้ 2,000 ตัวเราคิดราคาขายสำหรับตัวเก่งที่ 100 บาทก็ เท่ากับว่าปลาชุดเก่งนี่จะขายได้ทั้งหมด 2,000 X 100 = 200,000 บาท ทั้งหมดนี้ใช้ระยะเวลาในการขายไม่เกิน  2 เดือน เนื่องจากปลากัดเก่งจะมีช่วงเวลาที่เก่งที่สุดไม่นานถ้านานไปเขาเรียกว่าปลาเขี้ยวลดราคาขายก็จะถูกลง



ลงทุนกันแค่ครั้งเดียวที่เหลือคือรายได้จากการขายล้วนๆ

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างที่เราได้พูดคุยว่าทำไมหลายคนถึงสามารถอยู่ในวงการนี้ได้อย่างสุขสบายเพราะว่านี่คือธุรกิจที่มีการลงทุนมากแค่ครั้งเดียวสมมุติถ้าทำเป็นบ่อปูนก็จะมีการลงทุนประมาณ 100,000 บาท ส่วนอื่นๆก็คือค่าอาหารของปลากัดซึ่งก็คือพวกลูกไรถ้าเลี้ยงในปริมาณมากๆรายจ่ายส่วนนี้จะอยู่ประมาณ 20,000 บาท

เรียกว่าลงทุนแค่ครั้งเดียวก็สามารถเก็บเกี่ยวกำไรได้แบบยาวๆ เพราะพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ส่วนใหญ่ก็จะมีฐานลูกค้าส่งตัวเก่งๆดีๆมาให้เพาะแล้วก็มารับซื้อกลับไปอีกทีเมื่อปลากัดได้อายุเต็มที่


เทคนิคเล็กๆกับการสร้างธุรกิจการขายปลากัดเก่งแบบยิ่งใหญ่
1ประสบการณ์ เป็นคุณสมบัติประการแรกที่ต้องมี  เพราะเรื่องประสบการณ์มีผลต่อความเชื่อมั่นของ “ผู้ซื้อ” ที่ส่วนมากก็คือ “นักกัดปลา” ทั้งแบบอาชีพและ กึ่งอาชีพ ซึ่งทุกคนก่อนซื้อขายต้องอยากรู้ข้อมูลปลากัดที่ตัวเองจะซื้อ จุดนี้ผู้จำหน่ายต้องสามารถอธิบายได้ ทั้งเรื่องสายพันธุ์ เชิงกัด ข้อมูลเหล่านี้คุณต้องมีความรู้เอาไว้พูดคุยกับลูกค้าจะเรียกว่าสำคัญที่สุดของธุรกิจนี้ก็ว่าได้
2รู้จักการสร้างตลาด  ส่วนใหญ่จะใช้การประชาสัมพันธ์แบบ “ปากต่อปาก”  หมายถึงการพูดถึงกันต่อๆไปก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของคนเพาะปลาด้วยจะทำให้เกิดส่วนนี้ได้มากแค่ไหน เพราะการตลาดที่ดีที่สุดของวงการนี้คือ “คุณภาพสินค้า” ที่จะกำหนดทุกสิ่งทุกอย่าง
3ความซื่อสัตย์  นี่คือสิ่งที่จะบอกว่าคุณคือตัวจริงของวงการนี้หรือไม่ข้อมูลปลากัดที่คุณมีเป็นอย่างไรก็ควรบอกไปตามนั้น ที่สำคัญต้องไม่ย้อมปลาคือไม่เอาปลาบ่ออื่นมาปลอมปนเพื่อหวังจะขายอย่างเดียว เพราะกลุ่มคนซื้อเขามองออกถ้าคุณใช้เทคนิคกลโกงแบบนี้คุณไปไม่ไกลในอาชีพนี้แน่ๆ

 

จากข้อมูลเพิ่มเติมที่เรามีคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่เริ่มหันเข้ามาสู่อาชีพนี้แต่ขอแนะนำว่าพื้นฐานองค์ความรู้เป็นสิ่งสำคัญถ้าคิดจะทำธุรกิจนี้ไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องศึกษาจากผู้มีประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับวงการนี้มานานเพื่อให้รู้เขารู้เราจะรบสนามไหนก็ไม่ต้องกลัวแพ้

ยิ่งเพื่อนมากพันธมิตรมากธุรกิจนี้ก็ยิ่งเดินหน้าได้ไกลสานฝันคนอยากเป็นเศรษฐีแบบที่ไม่ต้องลงทุนมากเหมือนอาชีพอื่นๆ

เรียบเรียงโดย ThaiFranchiseCenter.com


วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2562

อาชีพเสริมยามว่าง เลี้ยงปลาหมอในบ่อดิน จับปลาขาย สร้างรายได้ตลอดปี

อาชีพเสริมยามว่าง เลี้ยงปลาหมอในบ่อดิน จับปลาขาย สร้างรายได้ตลอดปี


ปลาหมอ เป็นปลาพื้นบ้านของประเทศที่มีรสชาติค่อนข้างดี และยังเป็นที่นิยมของคนไทยทั่วทุกภาค ปัจจุบัน ปลาหมอ ในแหล่งน้ำธรรมชาติเริ่มมีจำนวนลดลง เกิดจากสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม ความแห้งแล้ง และที่สำคัญมีการจับปลาเพื่อบริโภคเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้จำนวนปลาหมอมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ปัจจุบันการเพาะเลี้ยงปลาหมอกำลังเป็นที่นิยม นับว่าเป็นอาชีพที่ทำเงินได้อีกอาชีพหนึ่งกันเลยทีเดียว เพราะตลาดกำลังต้องการ จึงนำมาเลี้ยงในเชิงการค้ามากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค
คุณธนวัตน์ คำเฟือง
คุณธนวัตน์ คำเฟือง เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลาหมอ อยู่ที่ตำบลปากพระ อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเขามองเห็นถึงในเรื่องราคาของปลาหมอว่าน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับการเลี้ยงปลาชนิดอื่น จึงได้นำมาทดลองเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จเป็นงานที่สร้างเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี
งานประจำหนุ่มโรงงาน เลี้ยงปลาเป็นอาชีพเสริม
คุณธนวัตน์ เล่าให้ฟังว่า เลี้ยงปลาเพื่อเป็นอาชีพเสริมหลังว่างจากทำงานประจำ เพราะมองว่าถ้างานด้านนี้ดีก็จะหันมาทำเป็นอาชีพหลักในอนาคต ซึ่งก่อนที่จะลงมือเลี้ยงจึงได้ศึกษาและทดลองเลี้ยงมาตั้งแต่ปี 2557 โดยเปรียบเทียบระหว่างการเลี้ยงปลานิลกับปลาหมอ ว่าปลาชนิดไหนเลี้ยงแล้วจะให้ผลตอบแทนดีกว่ากัน
“ช่วงนั้นทดลองเอาปลาหมอกับปลานิล มาทดลองเลี้ยงในกระชังก่อน ปรากฏว่าปลาหมอมันไม่โต แต่ปลานิลโตดีกว่า ซึ่งช่วงนั้นก็ทำกระชังเลี้ยงในบ่อดิน พอทดลองไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเห็นความแตกต่างของปลา 2 ชนิดนี้ เห็นว่าปลาหมอเลี้ยงได้ดีในบ่อดิน ก็เลยตัดสินใจเลี้ยงปลาหมอแทน เพราะเรื่องของราคาก็ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่ามาก ก็เลยตกลงปลงใจตั้งแต่นั้นมา” คุณธนวัตน์ เล่าถึงที่มา
บ่อเลี้ยงปลาหมอ
คุณธนวัตน์ บอกว่า เมื่อเลี้ยงปลาหมอมาหลายรุ่นจนจับขายได้เรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าปลาชนิดนี้ให้ผลตอบแทนที่ดี ทำให้ปัจจุบันทำบ่อเลี้ยง จำนวน 5 บ่อ เลี้ยงแบบสลับกัน เพื่อให้มีปลาจับขายได้ตลอดทั้งปี

ปลาหมอ เหมาะกับการเลี้ยงในบ่อดิน
ในขั้นตอนแรกของการเตรียมบ่อนั้น คุณธนวัตน์ บอกว่า นำปูนขาวมาโรยให้ทั่วบ่อดิน ขนาด 10×40 เมตร แล้วตากบ่อทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นใส่น้ำลงบ่อให้มีความสูง 1.50 เมตร รอปรับสภาพน้ำอีกประมาณ 1 สัปดาห์ จึงนำลูกปลาหมอไซซ์ 2-3 เซนติเมตร มาปล่อยภายในบ่อ
“พอบ่อเราพร้อมแล้ว เอาลูกปลาหมอใส่เลี้ยง อยู่ที่ 8,000 ตัว ต่อบ่อ อาหารในช่วงแรกจะให้กินอาหารกบเม็ดเล็ก ที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีน ประมาณ 40 ให้กิน 2 มื้อ คือเช้าและเย็น พอลูกปลาหมอในบ่อมีอายุได้ 15-20 วัน ก็จะเปลี่ยนสูตรอาหารเป็นอาหารปลา เบอร์ 1 ที่มีโปรตีน 32 เปอร์เซ็นต์ โดยให้ปลากินอาหารสูตรนี้ไปประมาณ 3 เดือน พอครบแล้วก่อนที่จะจับขายอีก 1 เดือน จะเปลี่ยนอาหารเป็น เบอร์ 2 ที่มีโปรตีน 30 เปอร์เซ็นต์ ให้กินไปจนถึงจับปลาขาย” คุณธนวัตน์ อธิบายการให้อาหาร

ลูกปลาหมอ ขนาดไซซ์ 2-3 เซนติเมตร
การดูแลปลาหมอในช่วง 1 เดือนแรก จะมีปลาหมอบางส่วนที่ตาย เนื่องจากอาจจะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมภายในบ่อไม่ได้ วิธีแก้คือ นำเกลือมาสาดลงให้ทั่วบริเวณบ่อเมื่อเห็นปลาเกิดอาการนี้ขึ้น
เมื่อปลาได้อายุตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป จะมีการเติมน้ำเข้าไปภายในบ่อ โดยดูว่าน้ำในบ่อมีสภาพอย่างไร เพราะถ้าสภาพน้ำไม่ดีปลาหมอจะเครียดกินอาหารได้น้อย
ด้านสัตว์ที่เป็นศัตรูกับปลาหมอ คุณธนวัตน์ บอกว่า จะเป็นพวกนกกระยาง งู กบ เพราะลูกปลาหมอตัวเล็กๆ ขนาดไซซ์ 2-3 เซนติเมตร กบสามารถกินได้ ทำให้จำนวนปลาหมอลดน้อยลง ส่วนวิธีการป้องกันนก จะใช้เชือกขึงด้านบนปากบ่อ
เวลาที่ใช้เลี้ยงปลาหมอทั้งหมดจนสามารถจับขายได้ จะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน
เน้นทำตลาดให้หลากหลาย เพื่อไม่ให้ถูกกดราคา
เมื่อปลาหมอได้อายุและขนาดที่พร้อมขายแล้ว คุณธนวัตน์ บอกว่า ไซซ์ที่ได้จากการเลี้ยงจะมีไซซ์ที่แตกต่างกันไป ไซซ์ใหญ่สุด จะอยู่ที่ 3 ตัว ต่อกิโลกรัม ส่วนที่เล็กลงมาหน่อย ก็อยู่ที่ 5-6 ตัว ต่อกิโลกรัม ซึ่งในช่วงแรกที่เลี้ยงใหม่ๆ เขาบอกว่าเรื่องการตลาดยังไม่เก่งมากนัก แต่เมื่อผ่านการเลี้ยงมาหลายรุ่นจึงมีประสบการณ์ในเรื่องนี้มากขึ้น โดยสามารถต่อรองกับพ่อค้าคนกลางได้
ขนาดไซซ์ 3 ตัว ต่อกิโลกรัม
“ช่วงที่ทำใหม่ๆ เราต้องโทร.หาพ่อค้าบ้าง เพื่อให้เขารู้ว่าเรามีปลาหมอที่เลี้ยงไว้ พอเขาเริ่มรู้จักกันมากขึ้น ก็จะบอกกันไปปากต่อปาก เริ่มมีพ่อค้าติดต่อมาขอซื้อเรื่อยๆ ช่วงที่ปลาจะได้ไซซ์จับขายได้ และอีกส่วนหนึ่งก็จับขายให้กับคนในหมู่บ้าน ที่เป็นแม่ค้ารายย่อย ครั้งละ 50-100 กิโลกรัม ซึ่งไม่ว่าใครมาซื้อก็ขายให้หมด บางทีก็เอาไปขายกับแฟนเองที่ตลาดนัด ราคาขายก็อยู่ที่กิโลกรัมละ 80-120 บาท ราคาขึ้นลงได้ตามกลไกของตลาด แต่จะยืนพื้นอยู่ที่ กิโลกรัมละ 80 บาท มีทั้งราคาขายปลีกขายส่ง” คุณธนวัตน์ เล่าถึงการทำตลาด
การเลี้ยงปลาหมอเพื่อให้ได้กำไร คุณธนวัตน์ ให้เทคนิคว่า ต้องหาแหล่งซื้ออาหารที่ราคาถูกและมีคุณภาพ อย่างน้อยราคาลดลงกระสอบละ 20-50 บาท ก็ถือว่าประหยัดต้นทุนไปได้มาก ถึงแม้จะลำบากและยุ่งยากสักหน่อยเวลาที่หาแหล่งอาหาร
สำหรับคนที่อยากเลี้ยงปลาเป็นอาชีพ คุณธนวัตน์ แนะนำว่า ต้องศึกษาถึงปลาชนิดที่จะเลี้ยงให้ละเอียด ซึ่งเขาเองก็ศึกษามามากกว่า 1 ปี จึงได้รับประสบการณ์จากปัญหาที่พบเจอ จนนำมาปรับปรุงแก้ไขเป็นครูให้กับเขา
“ถ้าคนที่ไม่เคยลองเลี้ยงปลาเลย จะเอากำไรให้ได้มากๆ เหมือนคนที่เขาเคยเลี้ยงที่ประสบผลสำเร็จมาก่อน มันก็เป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ต้องดูให้เป็นเลยคือ หนึ่งต้องศึกษาเรื่องลูกปลา ต้องรู้ว่าดีหรือไม่ดี เพราะอาจจะโดนหลอกเอาสายพันธุ์ที่ไม่ดีมาขายให้ก็ได้ เกิดซื้อมาเลี้ยงดูอย่างดี แต่สายพันธุ์ไม่ดี ปลามันก็ไม่โต สองเรื่องของอาหารที่ให้ปลากิน ถ้าไม่ดีไม่มีคุณภาพ เลี้ยงเท่าไหร่ปลามันก็ไม่โต ซึ่งถ้ามองกันแล้ว 2 อย่างนี้ถือว่าสำคัญ ถ้าปลาดีอาหารดี รับรองว่าการเลี้ยงประสบผลสำเร็จแน่นอน ส่วนเรื่องอื่นๆ อุปสรรคที่เจอจะช่วยสอนเราให้มีประสบการณ์เอง”ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณธนวัตน์ คำเฟือง ที่หมายเลขโทรศัพท์ (087) 202-6519
ที่มา:https://www.sentangsedtee.com/

อาชีพมาแรง! การเลี้ยงไก่สวยงามสายพันธุ์ต่างประเทศ

อาชีพมาแรง! การเลี้ยงไก่สวยงามสายพันธุ์ต่างประเทศ


การเลี้ยงไก่สวยงามสายพันธุ์ต่างประเทศ


กระแสเลี้ยงไก่สวยงามสายพันธุ์ต่างประเทศกำลังเป็นที่นิยม

คุณสุทธิชัย ผลิรัตน์ หรือคุณต้อย วัย 40 ปี อดีตกุ๊ก ร้านอาหารไทย ประเทศเยอรมัน ที่ลาออกจากงานกุ๊กและผันอาชีพมาเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ เริ่มต้นเรื่องราวของคุณต้อยด้วยการทำงานที่ต่างประเทศว่า “ทำงานเป็นกุ๊ก อยู่ร้านอาหารไทย ประเทศเยอรมัน กว่า 18 ปีแล้ว จนตอนนี้ได้สัญชาติเยอรมันแล้วด้วย แต่ปัจจุบันนี้ได้ลาออกจากงานกุ๊กแล้ว เพราะอยากมาสานต่อความคิดที่อยากทำฟาร์ม และเอาดีด้านการเลี้ยงไก่อย่างจริงจังที่บ้านเกิด อ.ทุ่งศาลา จ.นครศรีธรรมราชสมัยก่อนตอนเด็กๆ บ้านของผมเคยได้เลี้ยงไก่แจ้ พื้นฐานบ้านเราเป็นเกษตรกร ชาวนา ชาวสวนทั่วไป แต่ที่ให้ความสนใจเรื่องการเลี้ยงไก่ เพราะสมัยที่ยังทำงานอยู่ที่เยอรมัน ได้มีโอกาสไปดูพันธุ์ไก่ต่างประเทศ สายพันธุ์ต่างๆ มาพอสมควร ทั้งได้มีโอกาสพบเจอกับคนเลี้ยงไก่ คนที่พัฒนาสายพันธุ์ไก่ที่เยอรมัน ยิ่งทำให้สนใจการเลี้ยงไก่มากขึ้น”
คุณต้อย บอกว่า เรานำเข้าไข่ไก่มาจากเมืองนอก แล้วมาเพาะเลี้ยง ฟักที่เมืองไทย จนเป็นตัวไก่ เน้นไปที่ไก่สายพันธุ์แท้จากต่างประเทศ ซึ่งได้ไปเลือกและดูมาเอง สำหรับการเลี้ยงไก่ ที่เมืองนอก หากเป็นไก่สายงาม เขาจะเลี้ยงเพื่อเอาไปประกวดโดยเฉพาะ จึงมีการพัฒนาสายพันธุ์มาโดยตลอด“ตั้งแต่เริ่มต้นทำฟาร์มมาตลอด 2 ปีนี้ จึงมีความตั้งใจว่าอยากจะกลับมาบ้าน และพัฒนา “ฟาร์มผลิรัตน์” ให้ยั่งยืนสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ และถ้าหากนับในความรู้สึกของผม ผมมองว่าช่วงที่ผ่านมา 2 ปีนี้ เป็นช่วงก่อร่างสร้างตัว ใช้เงินหมุนเวียนจากการขายไก่ มาสร้างเล้าไก่ใหม่ ซื้ออาหาร และเมื่อไก่โต ก็หมุนเวียนเป็นเงิน และใช้ในการลงทุนต่อไป”

ฟาร์มผลิรัตน์

เป็นฟาร์มที่สะสมสายพันธุ์ไก่สวยงาม จากต่างประเทศมากที่สุดในประเทศไทยตอนนี้ มีมากกว่า 50 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มาจากต่างประเทศทั้งหมด
“เริ่มต้นการเลี้ยงไก่แค่ 8 ตัว เพียงแค่ 1 สายพันธุ์เท่านั้น ในปัจจุบันที่ฟาร์มมีไก่พ่อแม่พันธุ์เกือบ 500 ตัว ลูกไก่อีกประมาณ 500 ตัว และไข่ไก่ที่กำลังรอฟักอยู่อีกกว่า 1,000 ฟอง โดยไข่ไก่มีหลากหลายสี เช่น สีช็อคโกแลต สีฟ้า สีเขียว เป็นต้น โดยที่ฟาร์มเป็นผู้ผสมพันธุ์ไก่เอง และได้ไข่มาฟัก รอเป็นตัวเพื่อจำหน่ายต่อไป” คุณต้อย บอก ก่อนจะว่าตามลักษณะนิสัยพื้นฐานของไก่โดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นไก่ในเมืองไทย หรือไก่ต่างประเทศ ก็เป็นสัตว์ที่ชอบให้มีแสงแดด ชอบเล่นฝุ่น ยิ่งไก่ต่างประเทศบางชนิดมีขนเยอะตามขา ตามนิ้ว การดูแลพื้นกรงจึงต้องสะอาด การเลี้ยงจึงต้องเข้าใจนิสัยว่าไก่ประเภทไหนเป็นยังไง ชอบบิน หรือไม่ชอบ ก็ต้องรู้จักเรียนรู้นิสัยด้วย

ข้อระวังการเลี้ยงไก่

เรื่องโรคหวัด ซึ่งเป็นกันได้ง่าย ต้องระวังความชื้น และสามารถเป็นได้บ่อยๆ จึงต้องทำความสะอาดคอกบ่อยๆ ที่ฟาร์มมีการแบ่งชั้น ทำกรงแยกในการเลี้ยง เพื่อการควบคุมและดูแลไก่ได้ง่าย คอกต้องระบายอากาศได้ดี ควรมีหลังคา ที่ปิดทึบบางส่วน และมีหลังคาโปร่งแสง เพื่อให้แดดส่องเข้าถึง ไก่จะได้นอนอาบแดดได้การดูแลเรื่องอาหาร ก็เน้นเลี้ยงด้วยน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักสมุนไพร ซึ่งเป็นสูตรที่จัดขึ้นมา และไก่ก็ควรได้กินผัก ผลไม้ ที่ฟาร์มให้กินกล้วย ซึ่งเป็นผลผลิตที่ได้มาจากสวนในบ้าน ที่ปลูกเอาไว้ ผลผลิตที่ได้ก็เอามาหมุนเวียนใช้ในการเลี้ยงไก่ และจำหน่าย มูลไก่ ก็เอาไปเป็นปุ๋ยใช้ในสวน

โรงเรือนเลี้ยงไก่

คุณต้อย บอกว่า “เรามี 2 โรงเรือนใหญ่ ขนาด 5 เมตร คูณ 20 เมตร แบ่งเป็นห้องกว้าง 2.5 เมตร คูณ 2 เมตร 1 โรงเรือนก็จะได้ประมาณ 20 ห้อง พื้นกรงจะปูด้วยทราย ไม่ใช้แกลบ เพราะแกลบทำให้เกิดไรได้ง่าย ส่วนดินก็จะมีฝุ่นเยอะมากเกินไปจทำให้ไก่เป็นหวัดง่าย สำหรับไก่ที่มาเลี้ยงในกรงจะเป็นไก่วัยรุ่น”
 

รายได้ต่อเดือนที่ขายไก่สวยงาม

ตกเฉลี่ยเดือนละ 60,000-70,000 บาท มีออร์เดอร์ และผู้ซื้อต้องการเข้ามามาก จนลูกไก่ผลิตกันแทบไม่ทันในตอนนี้ คุณต้อย บอกสำหรับสายพันธุ์ไก่ยอดฮิตที่คนนิยมกันมากที่สุดตอนนี้ คือไก่โปแลนด์ ซึ่งค่อนข้างเลี้ยงยากและหายากด้วย อีกสายพันธุ์หนึ่งที่นิยมคือไก่ซิลกี้ สำหรับที่ฟาร์มผลิรัตน์ที่นี่เลี้ยงไก่หลากหลายพันธุ์ เช่นบราม่า,เวียนด็อท, โปแลนด์, ซิ้ลกี้, บีเลเฟลเด่อ, มาราน, อรัวคาน่า, มินิโคชิน, ไจแอ้นโคชิน, เจอซี่ไจแอ้น, ออพิงตัน, อัมร็อค, พลีมันร็อค, มินิสุ่มทาเล่อ, ไก่ชนคิวบา, ไก่แจ้ขนกลับ, ไก่แจ้ขนไหม, ไก่แจ้สามสีเยอรมันเลือดร้อย ไวร็อค, ซัสเซค, ฟิฟที้ไฟเฟอเรอรี่, ออสตราลอฟและนิวแฮมป์เชียร์ เป็นต้น ส่วนลูกไก่ก็มีราคาตั้งแต่ตัวละ250บาทถึงตัวละ10,000 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และสีสันด้วย

แหล่งที่มา longhomdi

Please Enter Your Facebook App ID. Required for FB Comments. Click here for FB Comments Settings page

เลี้ยงไก่ชนเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักล้าน

เลี้ยงไก่ชนเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักล้าน


อาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ต้องใช้ต้นทุนในการทำและใช้เวลามากในการรอผลผลิต ในแต่ละครั้งผลผลิตที่ได้ก็ให้กำไรน้อย บ้างก็ขาดทุน เกษตรกรหลายรายจึงจำเป็นต้องหาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ไม่ว่าจะปลูกผักหรือเลี้ยงสัตว์ ในขณะที่รอผลผลิตจากการทำอาชีพหลัก อย่างชาวบ้าน ตำบลหนองน้ำแดง จังหวัดนครราชสีมา ก็ได้มีการหันมาเลี้ยงไก่ชนเป็นอาชีพเสริมจำนวนไม่น้อยเพราะค้าขายได้กำไรดี ตัวหนึ่งตกที่ 3,500-5,000 บาท
ลุงฉลอง มุ่งพังกลาง ชายผู้มากด้วยรอยยิ้มอายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ทำอาชีพเกษตรกรรมคือ ไร่มันสำปะหลัง โดยเมื่อ 5 ปีก่อน ได้เห็นชาวบ้านในละแวกนี้เลี้ยงไก่ชนแล้วได้เงิน จึงทำให้ลุงฉลองสนใจที่จะเลี้ยงไก่ชนเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้เพิ่ม
ไก่ชนมีหลากหลายสายพันธุ์ทั่วประเทศ แต่พันธุ์ที่เลี้ยงหลักๆ ลุงฉลองได้ซื้อพ่อพันธุ์นี้มาจากอาจารย์ที่อยู่ทางภาคใต้ ลักษณะพิเศษ มีสีขาว มีเดือยที่แหลมคม มีความเร็วในการต่อสู้ มีเนื้อที่เหนียว ทนต่อการชนของคู่ต่อสู้ได้ดี เพราะมีคุณสมบัตินี้ลุงฉลองจึงเลือกนำมาเป็นพ่อพันธุ์ ที่ใช้ในการเพาะขาย
ลุงฉลอง มุ่งพังกลาง
ดูแลไก่ให้สุขภาพดี
หลักและวิธีการเลี้ยงไก่นั้น ลุงฉลองแนะนำว่า
หลังจากผสมพันธุ์เสร็จ แม่ไก่ใช้เวลากกไข่ 21 วัน ลุงฉลองสร้างที่กกไข่เป็นพื้นที่ที่มีหลังคาบังแดด กันฝน มีชั้นตะกร้าวางเรียงกัน พร้อมปูฟางไว้ให้สำหรับแม่ไก่ได้ใช้กกไข่ พอครบกำหนดวันฟักไข่ ลุงฉลองจะนำลูกไก่ออกมาเลี้ยงไว้ในกรงพร้อมกับแม่ไก่
ถ้าหากแม่ไก่ตัวไหนมีการเขี่ยลูกจะแยกแม่ไก่ออกทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกไก่ตาย
แม่ไก่กกไข่
ในการให้อาหารของลูกไก่จะให้เมล็ดข้าวโพด วันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและเย็น หรือสลับกับอาหารข้นระยะไก่ หากบางตัวไม่แข็งแรงจะให้อาหารหมู เพื่อเป็นการเสริมกำลังให้กับลูกไก่ พอลูกไก่อายุได้ 2 เดือน ก็จะถูกนำออกจากกรงมาไว้ตามพื้นดิน เลี้ยงแบบชาวบ้านให้หากินเองตามธรรมชาติ แต่ก็ยังมีการหว่านเมล็ดข้าวโพดไว้ให้อยู่สม่ำเสมอเพื่อไม่ให้ไก่ขาดอาหาร ในการเลี้ยงหลังจากปล่อยตามธรรมชาติก็จะคอยสังเกตฟอร์มของไก่แต่ละตัว เพื่อนำมาปั้นให้เป็นไก่ชนไว้สำหรับขาย
ไก่รุ่นอายุประมาณ 8 เดือน อยู่ในช่วงที่ยังไม่ได้นำไปปล้ำกับตัวอื่น และจะนำมาเลี้ยงแยกไว้ในสุ่ม 1 สุ่ม ต่อ 1 ตัว อาหารที่ให้จะเป็นข้าวเปลือกจำนวน 1-2 กำมือ 2 มื้อ ต่อวัน มีการเลี้ยงโดยนำไก่ออกไปผึ่งให้โดนแดด 2 ช่วง ในตอนเช้าและตอนบ่าย ที่มีแดดอุณหภูมิไม่สูงมาก การนำไก่พึ่งแดดหรือกราดแดดนั้น เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการเลี้ยงไก่ชน เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแรง ทนทานให้กับไก่ และยังช่วยควบคุมน้ำหนักของไก่ได้อีกด้วย แต่การกราดแดดควรทำให้เหมาะสมกับอายุของไก่ ไม่ควรหักโหมมากเกินไป
ข้าวโพด สำหรับให้ไก่กิน
ไก่ชน จะเป็นไก่ชนไม่ได้ ถ้าไม่ผ่านการปล้ำหรือตี เพื่อทดสอบความแข็งแรง คล่องแคล่ว ว่องไวของไก่ตัวนั้นๆ แต่การตีไก่ก็ทำให้ไก่มีบาดแผลขึ้นมา จึงต้องมีการดูแลรักษา โดยการนำไก่ที่ผ่านการตีแล้วมาพักอยู่ในกรง แยกกับตัวอื่น ค่อยให้ยา ฉีดยา รักษาให้ไก่กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์

ไก่ชนที่มีฟอร์มดี จะขายได้ราคาดี
ไก่ชนทั่วๆ ไปมีราคาตั้งแต่ 500 บาท จนถึงหลักล้านบาท ขึ้นอยู่กับการตั้งราคาของเจ้าของ คุณสมบัติ พันธุ์และลักษณะของไก่ อย่างไก่ของลุงฉลอง ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 3,500 บาท เป็นราคาชาวบ้านและยังเป็นไก่รุ่นที่ยังไม่ได้ปล้ำ แต่มีลักษณะเป็นที่นิยม มีรูปร่างเพรียว หางเรียว ส่วนสูงสมกับน้ำหนักตัวอยู่ที่ 2.8 กิโลกรัม หรือถ้าเป็นไก่ที่ผ่านการชนแล้ว มีประสบการณ์ในการชนจะเปิดตลาดโดยการนำไปชนที่ซุ้ม เพื่อที่จะให้มีคนมาดูเยอะๆ หรือเหล่าเซียนไก่ให้ได้เห็นลีลาการตีของไก่ เพราะเมื่อเซียนไก่เห็นและมีความต้องการที่จะซื้อ ราคาที่ได้ก็สูงขึ้น อยู่ที่ตัวละ 30,000-40,000 บาท
ลุงฉลองฝากถึงคนที่สนใจเลี้ยงไก่ชน ให้ฟังว่า
“จากประสบการณ์ที่เห็นมา ชาวบ้านที่อยู่ละแวกนี้ คนประสบผลสำเร็จเยอะในการเลี้ยงไก่ชน เพราะถ้าเราลงทุนซื้อแม่ไก่ตัวเก่งมา แล้วเอามาเพาะ พอเพาะเสร็จแล้วเอาไปปล้ำ พอเซียนมาเห็น ก็ขายได้ราคา สามหมื่นสี่หมื่นเลย”
ไก่รุ่น อายุ 8 เดือน
ที่พักสำหรับไก่ ที่ผ่านการชนมา
การเลี้ยงไก่ชนเป็นอาชีพเสริมของใครหลายๆ คนได้ ไม่ใช่แค่ชาวบ้าน ตำบลหนองน้ำแดง วิธีการเลี้ยงก็จะแตกต่างกันตามวิถีชาวบ้าน ไม่ได้มีข้อบังคับตายตัว แต่วิธีการเลี้ยงนี้คงพอเป็นแนวทางให้กับใครหลายๆ คน ที่มีความสนใจในไก่ชน หรือต้องการที่จะมีรายได้เสริม ได้นำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์
สนใจไก่ชนของ ลุงฉลอง มุ่งพังกลาง ติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ (095) 859-5756
ในวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2560 ทางนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านได้จัดสัมมนา ไก่เนื้อ ไก่พื้นเมือง สัตว์เศรษฐกิจทำเงิน “แนะนำวิธีการเลี้ยงไก่เชิงการค้า การป้องกันโรคระบาดสัตว์ อุตสาหกรรมแปรรูปไก่เนื้อจนถึงการส่งออก” ณ ห้องประชุมใหญ่ หนังสือพิมพ์ข่าวสด สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ (02) 580-0021 ต่อ 2335, 2339, 2342, 2343 
 ที่มา:https://www.sentangsedtee.com/

บทความที่ได้รับความนิยม