วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562

อาชีพเสริม รับงานทำที่บ้าน การทำสบู่สปา รับซื้อคืนชิ้นล่ะ 20 บาท

อาชีพเสริม รับงานทำที่บ้าน การทำสบู่สปา รับซื้อคืนชิ้นล่ะ 20 บาท

คุณแม่บ้าน คุณพ่อบ้านที่ต้องการหาอาชีพเสริม รับงานทำที่บ้าน  ขอแนะนำ อาชีพใหม่ที่กำลังมาแรง คือการรับทำสบู่สปา หรือสบู่แฟนซี่ เป็นงานที่ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก มีการสอนงานและอบรมวิธีการให้ก่อน สนใจงานเสริม ทำที่บ้าน เชิญดูรายละเอียดด้านล่างนะค่ะ

อาชีพเสริม รับงานทำที่บ้าน การทำสบู่สปา รับซื้อคืนชิ้นละ 20 บาท




รายละเอียดของงาน

การทำสบู ตามรูปแบบงานหยอดลงแม่พิมพ์ หรือบล๊อกที่กำหนด สอนงาน และอบรมให้ก่อนรับไปทำที่บ้าน การทำงานขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ทำ ส่งงานแล้วรับงานใหม่ได้ทันที (รับซื้อเฉพาะสมาชิกเท่านั้น)

สนใจงานนี้
  • เปิดสอนทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์
  • เวลา 10.00 - 15.00 ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. เรียนเสร็จรับงานกลับไปทำได้เลยค่ะ
  • สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดหรือไม่สะดวกเดินทางมาเรียน สามารถส่งวัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีการทำให้ทางไปรษณีย์ได้ ทำเสร็จโอนเงินเข้าบัญชีให้ค่ะ*
  • สินค้าเราส่งตามโรงแรมและรีสอร์ทต่างๆ จึงมีออเดอร์ให้ทำอย่างต่อเนื่อง


สอบถามเพิ่มเติมได้ที่  
ติดต่อT.085-161-4346

สถานที่เรียน : หมูบ้านลลิล ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 63 ออเงิน สายไหม กรุงเทพฯ

เว็บไซต์งานเพิ่มเติม :หาอาชีพเสริม ทำที่บ้าน

ที่มา:http://parttime-tophit.blogspot.com/

แชร์สูตร การทำขนมปังสังขยาใบเตย หวาน หอม อร่อย สร้างเป็นอาชีพเสริมได้ สูตรนี้อร่อยมากๆ

แชร์สูตร การทำขนมปังสังขยาใบเตย หวาน หอม อร่อย สร้างเป็นอาชีพเสริมได้ สูตรนี้อร่อยมากๆ


อาชีพเสริมแก้จน นึ่งขนมปังสังขยาขาย”สร้างรายได้พลิกชีวิตได้ดีเยี่ยมสูตรนี้อร่อยมากๆทำทานที่บ้าน รับรองอร่อยถูกใจ สำคัญถูกเงินด้วยค่ะเพราะ ต้นทุนจริงๆ นั้นถูกมากเหมาะสำหรับทำขายเป็นอาชีพ
ขนมปังสังขยา หัวใจของรสชาติหอมหวาน มัน อร่อยกลมกล่อม พร้อมกลิ่นหอมใบเตยเป็นจุดเด่น สูตรนี้ไม่ผสมกลิ่นวานิลลา จะเน้นหอมใบเตย แต่ถ้าใครชอบจะปรับใส่ก็ได้ค่ะ

ส่วนผสม

-ไข่ไก่ 4 ฟอง
-นมข้นจืด 4 ถ้วย
-กะทิ 2 ถ้วย
-นมข้นหวาน 1 ถ้วย
-แป้งข้าวโพด 2 ช้อนชา
-น้ำใบเตย 1 ถ้วย
-เกลือ นิดหน่อยพอประมาณ

วิธีทำสังขยา

1.ให้นำชามมาเพื่อผสมไข่ กับเกลือ แล้วตีให้เข้ากัน
2.และให้นำชามใบที่ 2 มาผสม นมข้นจืด กะทิ แป้งข้าวโพด แล้วคนให้เข้ากันให้ดีนะ
3.หลังจากนั้น ให้นำไข่ที่ตีไว้ ใส่ลงไปผสมรวมกัน กับส่วนผสมที่ 2 แล้วคนให้เข้ากัน
4.เมื่อเราผสมกันดีแล้ว ให้เทส่วนผสมทั้งหมดที่ผสมแล้ว ลงในหม้อนำไปตั้งไฟอ่อน และกวนไปเรื่อยจนกระทั่งเริ่มข้น
5.เมื่อเริ่มข้นได้ที่แล้ว ให้นำน้ำใบเตยลงไป แล้วคนให้เข้ากันจนกระทั่งเนื้อเนียนและข้นขึ้น
6.แล้วก่อนยกลง ให้คุณใส่นมข้นหวานลงไปคนให้เข้ากัน แล้วยกออกจากเตา
7.เมื่อยกลงแล้ว ก็ให้คนสักครู่ก่อน เพื่อให้ความร้อนลดลง แล้วตักใส่ถ้วยเสิร์ฟกับขนมปังนึ่งได้เลย
ที่มา:https://www.xn--42c2dgos8bxc2dtcg.com/

สูตรน้ำจิ้มลูกชิ้นปิ้ง พร้อมวิธีทำเป็นอาชีพเสริม

สูตรน้ำจิ้มลูกชิ้นปิ้ง พร้อมวิธีทำเป็นอาชีพเสริม



เมนูน้ำจิ้มลูกชิ้นปิ้งสูตรน้ำจิ้มลูกชิ้นปิ้งพร้อมวิธีทำเป็นอาชีพเสริม
ลูกชิ้น!ไม่ว่าจะปิ้งทอดต้มแหมๆแค่พูดชื่อก็เรียกน้ำย่อยให้ออกมาจากร่างกายได้หมดแล้วและสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยที่ต้องทานคู่กับลูกชิ้นก็คือ“น้ำจิ้มลูกชิ้น”ซึ่งถ้าน้ำจิ้มแซ่บมากเท่าไหร่ลูกชิ้นจากเดิมที่ว่าอร่อยอยู่แล้วก็ทั้งอร่อยทั้งแซ่บขึ้นมาทันทีเลยร้านไหนก็ร้านนั้นลูกค้าจะต้องติดใจอย่างแน่นอนวันนี้จะมาบอกสูตรและเคล็บลับทำน้ำจิ้มลูกชิ้นแบบแซ่บๆและรวมถึงของคุณหนูๆด้วยรับรองว่าถึงไม่เผ็ดแต่ก็ถูกปากอย่างแน่นอนค่ะ
สูตรน้ำจิ้มลูกชิ้นปิ้งที่เตรียมไว้ให้สมาชิกได้ฝึกทดลองทำกันไม่ได้ทำทานกันเฉพาะในครอบครัวหรือวงสังสรรค์ของสมาชิกเท่านั้นนะคะแต่สามารถทำเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวได้หลายๆคนที่ได้สูตรน้ำจิ้มลูกชิ้นปิ้งไปสามารถทำน้ำจิ้มลูกชิ้นปิ้งฝากขายตามร้านได้ด้วยหรือจะตั้งโต๊ะขายหน้าบ้านเวลาเย็นๆเป็นการใช้เวลาว่างแลกเปลี่ยนเป็นตัวเงินได้อย่างสุดวิเศษเลยล่ะค่ะ
สูตรน้ำจิ้มลูกชิ้นปิ้งแบบแซ่บซ่า
พริกชี้ฟ้าแดง10เม็ด
กระเทียมปอกเปลือก15กลีบ
กระเทียมโทนดอง10หัว
น้ำมะขามเปียกคั้นข้น11/2ถ้วย
น้ำตาลปี๊บ1ถ้วย
เกลือป่น1ช้อนชา
ซอสพริก3ช้อนโต๊ะ
แบะแซ2ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำจิ้มลูกชิ้นปิ้ง
ปั่นกระเทียมพริกชี้ฟ้าแดงและกระเทียมดองให้ละเอียดเตรียมไว้
น้ำมะขาวเปียกและน้ำตาลปี๊บใส่กระทะยกขึ้นตั้งไฟคนจนน้ำตาลละลายใส่เกลือป่นและซอสพริกตามลงไป
ใส่แบะแซลงไปเพื่อเพิ่มความเหนียว
รอให้เดือดอีกครั้งใส่พริกกระเทียมที่ปั่นไว้ลงไปเคี่ยวต่อซักครู่ชิมรสให้ออกเปรี้ยวหวานและต้องไม่เค็มมาก
ถ้าต้องชอบเผ็ดก็สามารถใส่พริกป่นคั่วได้ค่ะจะช่วยเพิ่มความเผ็ดและมีกลิ่นหอมของพริกคั่ว
สูตรน้ำจิ้มลูกชิ้นปิ้งสำหรับคุณหนูๆ
ส่วนผสมน้ำจิ้มลูกชิ้นปิ้ง
น้ำตาลบี๊ป
น้ำมะขาม
น้ำปลา
เกลือ
กระเทียมดอง
วิธีทำน้ำจิ้มลูกชิ้นปิ้ง
นำน้ำตาลปี๊บใส่น้ำมะขามตามด้วยกระเทียมดองมาเคี่ยวรวมกัน
ปรุงรสด้วยน้ำปลาเกลือ
เคี่ยวต่อจนเหนียว
น้ำจิ้มลูกชิ้นปิ้งนี้เมื่อทำจนเสร็จเรียบร้อยแล้วเก็บใส่ขวดแช่ตู้เย็นเก็บไว้ใช้ได้นานเป็นเดือนปลอดภัยจากสารกันบูดทั้งหลายนอกจากอร่อยลิ้นแล้วสุขภาพยังดีอีกด้วย

ที่มา:https://www.google.com/

เผยสูตรเด็ด ทับทิมกรอบ มันแกวแทนแห้ว งบน้อยอร่อยมากอาชีพเสริมกำไรหลักหมื่น

เผยสูตรเด็ด ทับทิมกรอบ มันแกวแทนแห้ว งบน้อยอร่อยมากอาชีพเสริมกำไรหลักหมื่น


ทับทิมกรอบเป็นขนมหวานที่รับประทานได้ทุกฤดูกาล นิยมมากที่สุดในฤดูร้อน รับประทานแล้วหอมหวานเย็นอร่อยชื่นใจคลายร้อนได้ดี แต่ปัจจุบันหาทานได้ตลอด  ประกอบด้วยเม็ดทับทิมกรอบสีแดงสดใสและเม็ดทับทิมกรอบสีชมพูสวย เมื่อเคี้ยวแล้วกรอบมันด้วยรสชาติของแห้ว  แต่สูตรนี้เราจะใช่มันแกวแทนเพื่อลดต้นทุนแต่รสสัมผัสยังให้ความกรอบและยังเป็นทับทิมกรอบที่เรารู้จักกันดี มีน้ำเชื่อมที่ทำจากน้ำตาลทราย ลอยด้วยดอกมะลิ มีกะทิสดจากการคั้นมะพร้าว น้ำแข็งบดละเอียดหรือน้ำแข็งทุบให้เป็นเม็ดเล็กๆ หอมชื่นใจ ทำทานเอง ทำขายต้นทุนน้อยกำไรดี
วิธีทำทับทิมกรอบ

  ส่วนผสม
        1.มันแกว 800 กรัม (ล้างปอกเปลือกและหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า)
        2.กะทิ 2 1/2 ถ้วยตวง
        3.เกลือป่น 2 ช้อนชา
        4.น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
        5.น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
        6.น้ำหวานแดง 1 1/2 ถ้วยตวง
        7.แป้งมัน 500 กรัม
        8.ขนุนฉีกเป็นฝอยเมล็ดข้าวโพดสุก (สำหรับโรยหน้า จะมีหรือไม่มีก็ได้)
     วิธีทำ
        1. นำมันแกวที่หั่นเสร็จแล้วไปแช่ในน้ำแดงประมาณ 15 นาที จากนั้นจึงนำออกมาสะเด็ดน้ำ
มันแกว
        2. นำมันแกวที่แช่ในน้ำแดงไปคลุกในแป้งมันให้ติดผิว ค่อยๆคลุกให้ติดทั่วผิวแห้วทั้งหมด จากนั้น จึงนำไปต้มในน้ำเดือดจนสุกจึงนำออกมาแช่น้ำเย็น (วิธีสังเกตุ : แห้วสุกแล้วจะลอยขึ้นเหนือน้ำ)
        3. เตรียมทำน้ำเชื่อม โดยผสมน้ำตาลกับน้ำและนำไปต้มจนเดือด คนจนส่วนผสมทั้งหมดละลายดี แล้วจึงปิดไฟ
        4. นำกะทิและเกลือไปใส่ในหม้อขนาดเล็ก และนำไปตั้งบนไฟอ่อนจนส่วนผสมละลายเข้ากันดี จึงปิดไฟ
        5. นำเมล็ดทับทิม ไปใส่ในถ้วยเสริฟ โรยหน้าด้วยเกล็ดน้ำแข็ง ราดด้วยน้ำเชื่อม,น้ำกะทิขนุนฝอยและข้าวโพด (ถ้าต้องการ) เสริฟทันทีเป็นอาหารว่าง คลายร้อนในวันสบายๆ
หรือตักใส่ถ้วยเพิ่มทอปปิ้ง จำหน่ายสร้างรายได้หลักหมื่น
ข้อมูล : https://sites.google.com

วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562

อยากทำอาชีพเสริม แต่ไม่มีเวลา มาขายหมูปิ้งกัน

อยากทำอาชีพเสริม แต่ไม่มีเวลา มาขายหมูปิ้งกัน


หมูปิ้งนมสดเป็นเมนู ที่เชื่อว่าทุกคนที่ทานหมูได้ต้องเคยลิ้มลอง เพราะหาทานได้ไม่ยาก นอกจากอร่อยแล้วยังอิ่มท้องด้วย เป็นอีกหนึ่งเมนูสุดโปรดของเราค่ะ ใครที่อยากขายอาหารเช้าอะไรดีหมูปิ้งนมสดคนขายเยอะและขายได้กำไรดีที่สุดในยุคนี้แล้ว โดยอาจจะต้องเตรียมซื้อวัตถุดิบตั้งแต่เมื่อวาน และเริ่มเตรียมของตั้งแต่ 05.00 น. เพื่อจะวางจำหน่ายในช่วง 06.00 น. เป็นต้นไปจนถึงช่วงสายๆ โดยต้นทุนอาจจะเริ่มแค่วันละ 300- 1000 บาท เท่านั้น และอาจจะทำกำไรได้ถึง 50% สิ่งที่คุณจะได้รับจากการลงทุนถือว่าคุ้มค่าและยังเป็นสินค้าขายดี เพราะต้องเหนื่อยตื่นขึ้นมานตอนเช้า

อุปกรณ์ที่ต้องมีสำหรับทำหมูปิ้ง ทำขายเป็นอาชีพ

  1. ไม้ปลายแหลมเอาไว้นำมาเสียบหมูปิ้ง จะทำเองหรือซื้อ มีขายทั่วไป
  2. เตาถ่านหรือเตาไฟฟ้าก็ได้แต่แนะนำให้ใช้เตาถ่านจะดีกว่าเพราะกลิ่นจะได้หอมเป็นธรรมชาติจริงๆ
  3. เหล็กปิ้งย่าง เอาอย่างดีเลย
  4. ถุงพลาสติก สำหรับคนที่ทำขาย จะเอาแบบไหนเลือกตามชอบ เอาที่ดูดีหรือจะทำเองอาจจะเป็นจุดขายเหมือนกาแฟถุงกระดาษก็ได้ ไม่แน่ว่าหมุปิ้งของคุณนอกจากอร่อยแล้วยังดูดีเหมาะสำหรับหิ้วไปฝากใครๆ เพิ่มยอดขายได้อีกมากแน่นอน

ส่วนผสม หมูปิ้ง หมูย่าง

  • เนื้อสะโพกหมู หรือสันนอก 1 กิโลกรัม
  • รากผักชี 25 กรัม
  • กระเทียมไทย (แกะเปลือก) 2 หัว
  • พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา + 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาลมะพร้าว 180 กรัม
  • หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง + 1/2 ถ้วยตวง
  • ซีอิ๊วดำ 3 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 8 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรสฝาเขียว 6 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่แดง 1 ฟอง
  • น้ำมันพืช 5 ช้อนโต๊ะ
  • ไม้สำหรับเสียบหมู
  • แล่เนื้อหมูให้เป็นแผ่นหนาประมาณ 1/2 ซ.ม. ความกว้างประมาณ 4-5 ซ.ม. ส่วนความยาวนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของไม้เสียบ (หรือหั่นตามความถนัด)
  • โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยเม็ดจนละเอียดเข้าด้วยกัน
  • ผสมเครื่องที่โขลกไว้กับน้ำตาลมะพร้าว กะทิ 1 ถ้วยตวง (ส่วนกะทิที่เหลืออีก 1/2 ถ้วยเก็บไว้ใช้ทาตอนย่าง) ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส แป้งข้าวโพด และไข่แดง คนผสมจนน้ำตาลมะพร้าวละลายดี จึงนำเนื้อหมูที่หั่นไว้ลงไปเคล้าผสมให้เข้ากัน สุดท้ายใส่น้ำมันพืชลงไปเคล้าผสมให้เข้ากันอีกครั้ง หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 1 คืน หรืออย่างน้อย 3 ชั่วโมงขึ้นไป
ขอบคุณสูตรจาดเจ้าของเฟสบุ๊ค:  กินดี อยู่ดี By เนรัญชลา
 อาชีพเสริม ขายหมูปิ้ง
ขอบคุณภาพจาก: กิน@หาดใหญ่

วิธีเตรียมหมูก่อนปิ้ง

  • หลังจากหมักหมูทิ้งไว้ครบเวลาแล้ว นำเนื้อหมูออกจากตู้เย็นมาเสียบด้วยไม้
  • นำน้ำที่เหลือจากหมักหมูไปผสมกับกะทิที่เหลือให้เข้ากัน เตรียมไว้

วิธีทำหมูปิ้ง หมูย่าง

  • เปิดเตาสำหรับปิ้งหมูให้ร้อนก่อน ใช้ไฟอ่อน ๆ จากนั้นนำหมูขึ้นปิ้งบนเตา (หมั่นคอยดู) พอด้านที่สัมผัสความร้อนเริ่มเหลืองแล้วให้พลิกเอาอีกด้านลง แล้วใช้แปรงจุ่มส่วนผสมกะทิที่ผสมไว้ทาให้ทั่วด้านบน พอหมูอีกด้านเริ่มเหลืองก็พลิกกลับมาทาซอสอีกครั้ง ปิ้งจนหมูสุกทั้งสองด้าน แต่ไม่ควรปิ้งให้แห้ง เพราะน้ำในเนื้อหมูจะระเหยไปกับความร้อน ทำให้หมูเหนียวและแข็งค่ะ

สิ่งที่สำคัญเราควรมองสถานที่หรือทำเลดีๆในการขายหมูปิ้งนมสดไว้ค่ะ โดยเฉพาะหน้าสถานที่ทำงานไม่ว่าจะเป็นโรงงาน  ร้านสะดวกซื้อ หรือแม้แต่ แถวที่ทำงานข้าราชการ ก็จะทำให้มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ แต่อย่าลืมดูไปนะคะว่ามีคู่แข่งอยู่รึเปล่า แล้วถ้าอยากขายอาหารเช้าละขายอาหารเช้าอะไรดีหมูปิ้งนมสดยังขายได้อยู่ไหม ต้องบอกว่ายิ่งคนในเมืองมีความเร่งรีบมากเท่าไหร่อาหารทานง่าย สะดวกอย่างหมูปิ้งคงไม่มีวันปิดตัวลงแน่นอน

เขียนโดย: crs-ivr.com

แบ่งปันสูตร ‘ไส้กรอกอีสาน’ เอาไปทำขาย เป็นอาชีพเสริมได้เลย

แบ่งปันสูตร ‘ไส้กรอกอีสาน’ เอาไปทำขาย เป็นอาชีพเสริมได้เลย

วันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะพาทุกคนมาดูการทำไส้กรอกอีสานกัน เพราะเรียกว่าไส้กรอกอีสานนั้นถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่มีคนนิยมรับประทานกันอย่างมากมายและทานง่ายอีกทั้งยังสามารถนำมาทำเป็นอาชีพเสริมได้แต่ละเจ้านั้นก็จะมีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป และวันนี้เราก็นำสูตรดีๆจากคุณ tukata001 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มาฝากทุกคนกันโดยจะมีส่วนผสมวัตถุดิบในการทำอย่างไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่า
ส่วนผสมในการทำไส้กรอกอีสานมีดังนี้
+.หม 1 กก.
+.มันหมู 1 กก.
+.ข้าวสุก 2 ถ้วย
+ไส้หมูสำ 100 กรัม
+รากผักชี 3 ราก
+กระเทียม 20 กลีบ
+พริกไทยดำ 1 ชต.
+พริกไทยขาว 1 ชต.
+น้ำตาลทราย 1 ชต.
+เกลือ 1/2 ชต.
+ผงปรุงรส 2 ชต.
ขั้นตอนการทำไส้กรอกอีสาน
ขั้นตอนที่ 1 น้ำพริกไทยดำและขาวใส่ลงไปในครบและกระเทียมสดตำให้ละเอียด
ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นก็แต่รากผักชีลงไปแล้วกล้าผักชีตำให้ละเอียดละเอียด
ขั้นตอนที่ 3 นำเนื้อหมูลงและเทส่วนผสมให้เข้ากันนวดทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นก็หันไปหุงข้าวและหันมานวดทีนึง จากนั้นก็นำส่วนผสมทั้งหมดไปใส่ในไมโครเวฟชิมรสชาติให้พอดีก่อนที่จะยัดเข้าไปในไส้
>
ขั้นตอนที่ 4 สำหรับขั้นตอนนี้ถ้าหากใครมีที่ยัดไส้นั้นก็จะสบาย แต่ถ้าหากใครไม่มีก็ให้ใช้ขวดน้ำเปล่าตัดเหลือแค่ตรงก้นปากขวดและก็เอาไส้ใส่เข้าไปแล้วก็ยัดไส้พอหลวมเท่านั้นอย่าแน่นเกินไป
ขั้นตอนที่ 5 เอาเชือกมาผูกให้ได้ขนาดตามใจชอบ ทำเสร็จแล้วผึ่งลมทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน
ขั้นตอนที่ 6 จากนั้นเมื่อครบแล้วก็นำมาย่างไฟอ่อนเพียงเท่านี้ก็เสร็จแล้ว
ที่มา:https://www.ntbdays.com/


วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562

เลี้ยงสัตว์น้ำ 3 ชนิด เป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้หมุนเวียน

เลี้ยงสัตว์น้ำ 3 ชนิด เป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้หมุนเวียน


คุณวิรัตน์ คงหวัง อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ที่ 2 ตำบลลานข่อย อำเภอป่าพยอม จังหวัดพัทลุง เป็นเกษตรกรผู้เห็นช่องทางการสร้างรายได้ โดยที่ไม่ยึดติดกับการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมากเกินไป โดยได้มีการแบ่งพื้นที่บางส่วนมาปรับเปลี่ยนทำประมง เพื่อให้มีรายได้หลากหลายช่องทาง จึงทำให้สิ่งที่ทำจากที่คิดจะทำเป็นอาชีพเสริมกลับมีรายได้ให้กับเขาได้อย่างดี เมื่อเทียบกับการทำงานประจำกันเลยทีเดียว
คุณวิรัตน์ คงหวัง เล่าให้ฟังว่า เดิมมีอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรอยู่แล้ว คือปลูกหญ้าเนเปียร์เพื่อส่งขายให้กับเกษตรกรที่เลี้ยงโค แพะ และแกะ พร้อมทั้งมีรายได้บางส่วนเกิดจากการค้าขายทั่วไป ต่อมาจึงรู้สึกว่าอยากแบ่งพื้นที่บางส่วนบริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์ โดยที่ไม่ยึดติดการเกษตรแบบเชิงเดี่ยวมากเกินไป จึงได้มีแนวความคิดแบ่งพื้นที่บางส่วนขุดเป็นบ่อเพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำเสริมรายได้เข้ามาอีกหนึ่งช่องทาง
คุณวิรัตน์ คงหวัง
“ผมมองไปถึงอนาคตข้างหน้าว่า ถ้าเราทำอาชีพเกษตรกรรม ที่เป็นเชิงเดี่ยวมากเกินไป ก็จะทำให้เรามีโอกาสเสี่ยงมากในเรื่องราคา ก็เลยมองว่าน่าจะหาอย่างอื่นทำควบคู่ไปด้วย ทีนี้เราก็มองว่าน่าจะทำประมง เพราะจะเป็นสิ่งที่เราคิดไว้แต่เดิมอยู่แล้ว น่าจะทำรายได้ให้อีกช่องทางหนึ่ง จึงได้จัดเตรียมหาพื้นที่สำหรับเลี้ยงปลา เพราะมองว่าไม่เป็นเรื่องยุ่งยาก หากมีการจัดการที่ดี” คุณวิรัตน์ เล่าถึงที่มา
ปลาที่สนใจเลี้ยงในช่วงแรก คุณวิรัตน์ บอกว่า เป็นการเลี้ยงปลาสลิด เพราะสมัยก่อนนั้นได้ทดลองเลี้ยงในบ่อพลาสติกแบบเล่นๆ และเลี้ยงได้ประสบผลสำเร็จ จึงทำให้มีแนวความคิดที่อยากจะเลี้ยงมาตลอดเมื่อมีโอกาส พร้อมทั้งเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นเสริมเข้าไปด้วย ก็จะทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น นั้นคือ กุ้งฝอย และหอยขม
ในขั้นตอนก่อนที่จะนำสัตว์น้ำทั้ง 3 ชนิด มาเลี้ยง คุณวิรัตน์ บอกว่า ขุดบ่อสำหรับเลี้ยงให้มีขนาด 40×40 เมตร ความลึก 1 เมตร จำนวน 4 บ่อ โดยคำนึงถึงขนาดพื้นที่ให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งในช่วงแรกที่จะเริ่มเลี้ยงปลาสลิดมีแนวคิดที่จะจับเลี้ยงเพื่อทำเป็นปลาแดดเดียวแบบสินค้าแปรรูป แต่เมื่อการเลี้ยงประสบผลสำเร็จปลาสลิดมีลูกออกมาให้เห็นจำนวนมาก จึงได้มีการเปลี่ยนแนวคิดมาเลี้ยงเพื่อขายลูกพันธุ์แทน
คัดไซซ์ปลาสลิด
“ตอนนั้นพอเราเปลี่ยนมาเพาะลูกพันธุ์ขาย ตอนนั้นก็ทำแบบไม่ได้คิดจริงจังอะไรมาก ก็เอาแบบพอดีที่กำลังพอไหว ทำไปทำมาขายได้ประมาณ 8 หมื่นบาท เราก็มาคิดว่า แบบนี้น่าจะดีกว่า เพราะทำเงินได้ไว ไม่ต้องมาทำปลาและค่อยแปรรูป ก็เลยตัดสินใจตั้งแต่นั้นมาว่า จะเพาะลูกขาย เพียงต้องจัดการให้ดี และต้องมีการเลี้ยงแบบละเอียดประณีต สัตว์น้ำที่เลี้ยงก็จะขายได้ราคา” คุณวิรัตน์ บอก
ในขั้นตอนแรกเมื่อเตรียมบ่อเสร็จแล้ว คุณวิรัตน์ บอกว่า จะเตรียมบ่อให้มีแพลงตอนด้วยการนำเศษหญ้าเนเปียร์ที่เหลือจากขายมาผสมกับปุ๋ยคอกนำมาใส่ลงไปในบ่อ จากนั้นน้ำภายในบ่อก็จะค่อยๆ ปรับสภาพเป็นสีเขียว เมื่อบ่อพร้อมสำหรับเลี้ยงปลาแล้ว จะนำกุ้งฝอย หอยขม และปลาสลิดลงมาเลี้ยงภายในบ่อเดียวกัน ทำให้ภายในบ่อมีสัตว์น้ำที่สามารถทำเงินให้ได้ทั้ง 3 ชนิด
พื้นที่บ่อ
คุณวิรัตน์ บอกว่า ไม่ต้องดูแลอะไรมาก ปล่อยให้อยู่แบบตามธรรมชาติ ซึ่งไม่ต้องกลัวว่าปลาสลิดจะกินกุ้ง เพราะปลาสลิดเป็นปลาที่กินพืช จึงไม่ค่อยกินกุ้งฝอยที่นำมาใส่เลี้ยงไว้ ส่วนหอยขมมีลักษณะที่อยู่ก้นบ่อ ก็จะกินเศษอาหารที่อยู่ก้นบ่อ ก็จะเป็นการเลี้ยงแบบที่สัตว์แต่ละชนิดที่เอื้ออำนวยซึ่งกันและกัน โดยปลาสลิดที่นำมาเลี้ยงในบ่อเป็นปลาที่อนุบาลไว้ภายในบ่อพลาสติกให้มีอายุประมาณ 3 เดือน
ซึ่งอาหารช่วงแรกจะให้กินอาหารเม็ดเพื่อสร้างความแข็งแรง ต่อมาจะลดการให้อาหารเม็ดลง จะเน้นให้อาหารที่เป็นรำละเอียดและใช้ปุ๋ยคอกผสมกับหญ้าเนเปียร์ผสมกันสร้างแพลงตอนเพื่อเป็นอาหารให้กับปลาแทน
“ก่อนที่เราจะเอาลูกปลาสลิดขาย ก็จะทำกระชังเสริมไว้ในบ่ออีกทีหนึ่ง โดยเราก็จะหมั่นจับลูกปลาสลิดไซซ์ที่พอจะขายได้ มาขังไว้ในกระชังที่เตรียมไว้ พอมีคนที่เขาสนใจจะซื้อ เราก็ขายได้เลย ส่วนหอยขมพื้นที่ใต้บ่อผมก็จะเอาทางมะพร้าวใส่ลงไป หอยขมก็จะมีที่เกาะ พอตัวได้ขนาดใหญ่เท่าที่ขายได้ ก็จะจับมาล้างเตรียมไว้ใส่ในกระชังคัดไซซ์ขาย ส่วนกุ้งฝอยก็จับตามที่มีลูกค้าสั่ง เท่ากับว่าการเลี้ยงของผมสามารถประสบผลสำเร็จทำเงินหมุนเวียนได้” คุณวิรัตน์ บอก
ขายแบบชั่งกิโล
เมื่อปลาสลิดมีอายุได้ประมาณ 6-7 เดือน คุณวิรัตน์ บอกว่า ก็จะพร้อมเป็นแม่พันธุ์ที่จะผลิตลูกให้สามารถขายได้ เมื่อเห็นว่าลูกปลาสลิดเริ่มมีจำนวนที่มากขึ้นภายในบ่อ ก็จะเตรียมลากอวนจับลูกปลาสลิดมาใส่ในกระชังที่เตรียมไว้ภายในบ่อ จากนั้นคัดไซซ์ที่ขายให้กับลูกค้าที่สนใจจะซื้อไปเลี้ยงต่อ โดยขนาดลูกปลาสลิด 3 นิ้วครึ่ง ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาท และถ้าเป็นลูกปลาสลิดไซซ์ 1 นิ้ว ขายอยู่ที่ ตัวละ 2 บาท
ลากอวน
ส่วนกุ้งฝอยที่เลี้ยงภายในบ่อจะลากอวนขาย อยู่ที่กิโลกรัมละ 100-120 บาท โดยราคาสามารถขึ้นลงได้ตามกลไกตลาด ส่วนหอยขม ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท ซึ่งคุณวิรัตน์บอกว่า ทั้งกุ้งฝอยและหอยขมสามารถขายให้กับลูกค้าได้เรื่อยๆ อย่างน้อยก็สามารถทำเงินไว้ใช้จ่ายภายในบ้านได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะเป็นอาชีพเสริม โดยรายได้ต่อเดือนก็ตกอยู่ที่หลักหมื่นบาทกันเลยทีเดียว
หอยขม ภายในบ่อ
“ในเรื่องของการขาย ก็จะเป็นปากต่อปากบอกกันไป ว่าที่บ้านผมมีลูกพันธุ์ปลาสลิดขาย และก็หอยขม กุ้งฝอย เขาก็จะเข้ามาติดต่อขอซื้อกันเรื่อยๆ ยิ่งตอนนี้กระแสโซเชี่ยลมันมีประโยชน์ ผมก็จะลงขายผ่านทางเฟซบุ๊ก ก็จะได้ลูกค้าที่เป็นคนรู้จักในพื้นที่เข้ามาติดต่อซื้อ ก็ใหม่ๆ ทำไปเพลินๆ พอทำไปทำมามีรายได้ ก็เริ่มสนุกก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำรายได้ให้เราได้ดีไม่แพ้กัน” คุณวิรัตน์ บอกถึงหลักการขาย
ทางมะพร้าวให้หอยขมเกาะภายในบ่อ
สำหรับผู้ที่สนใจอยากทำเป็นอาชีพเสริม คุณวิรัตน์ บอกว่า สามารถทำได้เพราะเป็นงานที่เพลิดเพลิน หรือถ้าอนาคตมีการต่อยอดก็สามารถพัฒนาเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยทำเป็นอาชีพหลัก มองถึงความพร้อมของพื้นที่ก่อนว่าเหมาะสมกับการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดไหน และที่สำคัญสำหรับผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณจึงเป็นงานที่เหมาะสม เพราะไม่ได้ใช้แรงงานมากเกินไป แต่กลับทำให้มีงานยามว่างทำเมื่ออยู่ในวัยเกษียณอย่างไม่เหงาอีกด้วย
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณวิรัตน์ คงหวัง หมายเลขโทรศัพท์ (089) 596-9459
ที่มา:https://www.technologychaoban.com/

บทความที่ได้รับความนิยม